Radiesse Plus หรือ Radiesse (+) มักถูกกล่าวถึงควบคู่กับรุ่นดั้งเดิมอย่าง Radiesse Classic และได้รับความนิยม ด้านการปรับภาพรวมของหน้าพร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยหัตถการนี้มีกลไกการทำงานที่โดดเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินเพื่อผลลัพธ์ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาผิวแบบไหน มีอะไรบ้างที่ควรทำความเข้าใจก่อนการตัดสินใจ วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว
Radiesse Plus คืออะไร
Radiesse Plus คือหัตถการในกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบคือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) มีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวและคืนความยืดหยุ่นให้แก่โครงสร้างผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งใช้สำหรับเติมเต็มปริมาตรในบริเวณที่มีการยุบตัวของเนื้อเยื่อ เพื่อให้หน้าดูเรียบเนียนและได้สัดส่วนอย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์
Radiesse Plus กับ Radiesse ต่างกันอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นมีกลไกการฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่ใกล้เคียงกัน แต่จะมีความแตกต่างในรายละเอียดของส่วนประกอบเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย โดย Radiesse Plus ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสบายในขณะเข้ารับบริการ ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Radiesse | Radiesse Plus |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | CaHA + CMC Gel | CaHA + CMC Gel |
| ส่วนประกอบเพิ่มเติม | ไม่มีส่วนผสมของยาชา | ผสมยาชา Lidocaine |
| ความรู้สึกขณะทำ | อาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อย | สบายผิวและลดความเจ็บได้ดีกว่า |
| วัตถุประสงค์การใช้ | กระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มปริมาตร | กระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มปริมาตร |
| กลุ่มผู้ที่เหมาะสม | ผู้ที่ไม่กังวลเรื่องความเจ็บขณะทำ | ผู้ที่ต้องการความสบายผิวขณะรับบริการ |
ส่วนประกอบของ Radiesse Plus
Radiesse Plus ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวผ่านกระบวนการทางชีวภาพ ด้วยการผสานส่วนประกอบสำคัญที่ทำงานร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ในการคืนความยืดหยุ่นและการเติมเต็มปริมาตรผิวอย่างเหมาะสม เช่น
- Calcium Hydroxylapatite (CaHA) : อนุภาคแคลเซียมทรงกลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่
- CMC Gel Carrier : เจลนำพาอนุภาคที่ช่วยเติมเต็มปริมาตรผิวให้เห็นผลหลังทำ และจะค่อย ๆ สลายตัวไปเอง
- Lidocaine : ส่วนประกอบยาชาที่ผสมมาในตัว เพื่อลดความเจ็บปวดและเพิ่มความสบายขณะรับบริการ
Radiesse Plus ทำงานอย่างไร
Radiesse Plus ทำงานด้วยกลไกการฟื้นฟูผิวจากภายใน เพื่อช่วยให้โครงสร้างผิวกลับมาสมบูรณ์และแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการเติมเต็มผิว และการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียน ดังนี้
- เติมเต็มปริมาตร : เนื้อเจลช่วยเติมเต็มส่วนที่ยุบตัวให้ดูเรียบเนียน และได้รูปทรงที่เหมาะสม
- กระตุ้นการสร้างใหม่ : อนุภาคแคลเซียมทำหน้าที่เป็นโครงร่าง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินด้วยตัวเอง
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว : ช่วยเพิ่มความหนาตัว และความยืดหยุ่นให้แก่โครงสร้างผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- สลายตัวตามธรรมชาติ : สารประกอบจะถูกย่อยสลายไปเองตามกระบวนการปกติ โดยเหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้น
- ลดความเจ็บ : มีส่วนประกอบของยาชาที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และสบายผิวขณะเข้ารับบริการ
Radiesse Plus ช่วยอะไรบ้าง
Radiesse Plus ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวและคืนความสมบูรณ์ให้แก่ใบหน้า ด้วยกลไกการทำงานที่ผสานทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นกระบวนการทางชีวภาพ จึงช่วยดูแลปัญหาผิวในมิติต่าง ๆ ดังนี้
- เติมเต็มปริมาตรผิว : ช่วยปรับส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นร่องลึกให้ดูเต็ม และดูเรียบเนียนขึ้น
- กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน : กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นใยพยุงผิวใหม่ ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและสปริงตัวได้ดี
- ปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรง : เพิ่มความหนาตัวของชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูแน่นและสุขภาพดีขึ้น
- ยกกระชับกรอบหน้า : ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูชัดเจนและได้สัดส่วนอย่างดูเป็นธรรมชาติ
- ฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว : ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนใหม่จะคงอยู่ แม้ตัวยาจะสลายไป
Radiesse Plus ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง
Radiesse Plus สามารถนำมาใช้ฟื้นฟูผิวได้หลากหลายบริเวณ โดยการเลือกตำแหน่งมักจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าและผลลัพธ์ที่ต้องการในแต่ละบุคคล ดังนี้
- โหนกแก้มและแก้มตอบ : ช่วยเติมเต็มปริมาตรให้ใบหน้า และช่วยพยุงโครงสร้างผิวหน้า
- ร่องแก้มและร่องมุมปาก : ช่วยลดความลึกของริ้วรอย เพื่อให้ผิวบริเวณรอบปากดูเรียบเนียนขึ้น
- แนวกรามและสันกราม : ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูชัดเจน มีกรอบหน้าที่คมชัดและได้รูปทรง
- คาง : ช่วยปรับความยาวหรือรูปทรงของคางให้สมดุลกับสัดส่วนของใบหน้า
- หลังมือ : ช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อที่ฝ่อตัวลงตามวัย เพื่อให้ผิวหลังมือดูเต่งตึงและลดการเห็นเส้นเลือด
ใครเหมาะกับ Radiesse Plus
Radiesse Plus ตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลเรื่องการสูญเสียปริมาตรผิวและต้องการฟื้นฟูโครงสร้างจากภายใน ด้วยคุณสมบัติในการเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างองค์ประกอบสำคัญของผิว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก : เช่น ร่องแก้ม หรือร่องมุมปาก ที่ต้องการการเติมเต็มให้ผิวดูเรียบเนียน
- ผู้ที่มีผิวขาดความยืดหยุ่น : ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิวกลับมาเด้งและกระชับขึ้น
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและกรอบหน้า : ต้องการเน้นแนวสันกรามหรือคางให้ดูชัดเจนและได้รูปทรง
- ผู้ที่มีปัญหาผิวบางหรือขาดความแน่น : ช่วยเพิ่มความหนาตัวให้ผิวดูแข็งแรง และมีคุณภาพผิวดีขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ : เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายในและต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ค่อนข้างนาน
ใครไม่เหมาะกับ Radiesse Plus
ก่อนเข้ารับบริการ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขทางสุขภาพและประวัติการแพ้เบื้องต้น โดยมีกลุ่มบุคคลที่ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการใช้บริการ Radiesse Plus ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ดังนี้
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบ : โดยเฉพาะสารแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ หรือยาชา
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง : เช่น มีสิวอักเสบ ผื่นคัน หรือแผลสดในบริเวณที่ต้องการฉีด
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : รวมถึงผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตร (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ)
- ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน : หรือมีประวัติเป็นคีลอยด์ (Keloid) ได้ง่าย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด : เช่น โรคระบบภูมิคุ้มกัน หรือภาวะเลือดออกผิดปกติ
- ผู้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มชนิดถาวร : ในบริเวณเดียวกับที่ต้องการรับบริการในปัจจุบัน
ฉีด Radiesse Plus มีผลข้างเคียงไหม
ฉีด Radiesse Plus ผู้เข้ารับบริการอาจพบปฏิกิริยาตอบสนองของผิวหนัง หรือผลข้างเคียงชั่วคราวได้ ซึ่งการทำความเข้าใจลักษณะอาการที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยให้สามารถติดตามผลและดูแลตนเองได้อย่างถูกวิธี ดังนี้
- อาการบวมและรอยเขียวช้ำ : พบได้ปกติบริเวณที่ฉีด มักหายเองได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- ความรู้สึกตึงหรือระบมผิว : อาจมีอาการปวดเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด Radiesse Plus
- รอยแดงหรืออาการคัน : เป็นปฏิกิริยาชั่วคราวของผิวหนัง ที่เกิดขึ้นได้หลังรับบริการ
- การคลำพบตุ่มก้อนใต้ผิว : เกิดจากการกระจายตัวของยาไม่สม่ำเสมอ หรือการขยับใบหน้ามากเกินไปในช่วงแรก
- ความเสี่ยงจากการฉีด : เช่น การติดเชื้อหรือการฉีดเข้าเส้นเลือด (ป้องกันได้โดยทำกับแพทย์)
ก่อนฉีด Radiesse Plus เตรียมตัวอย่างไรดี
การเตรียมความพร้อมของร่างกายอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดผลข้างเคียงและเสริมการทำงานของ Radiesse Plus ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามแนวทาง เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนี้
- ปรึกษาและแจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และหัตถการที่เคยทำอย่างละเอียด
- งดยาและอาหารเสริมบางชนิด : งดกลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี และน้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : หลีกเลี่ยงการดื่มอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดโอกาสการบวมและช้ำ
- งดกิจกรรมที่รบกวนผิว : งดการซาวน่า การขัดผิว หรือการออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 1-2 วันก่อนรับบริการ Radiesse Plus
- ตรวจเช็กสภาพผิว : บริเวณที่จะเข้ารับการฉีด Radiesse Plus ต้องไม่มีอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลสด
แนะนำการดูแลผิวหลังฉีด Radiesse Plus
การปฏิบัติตนอย่างถูกวิธีภายหลังเข้ารับบริการ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง ผู้เข้ารับบริการควรให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้
- ประคบเย็นลดบวม : ใน 24 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวมหรือรอยแดง
- งดการสัมผัสรุนแรง : หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือปั้นทรงบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงความร้อน : งดการซาวน่า อาบน้ำอุ่น หรือตากแดดจัดในช่วง 2 วันแรก
- งดการออกกำลังกายหนัก : ควรพักกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- สังเกตอาการผิดปกติ : หากมีอาการปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสี หรืออักเสบ ควรรีบพบแพทย์ทันที
รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse Plus
ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักประสบปัญหาการสูญเสียปริมาตรผิวตามวัย เช่น การเกิดร่องลึกบริเวณใบหน้า หรือผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่นจนดูไม่กระชับและขาดความเรียบเนียน โดยหลังการเข้ารับบริการด้วย Radiesse Plus อาจพบอาการ เช่น ความรู้สึกตึง ผิวมีรอยแดง หรืออาการบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งหลังจากฟื้นตัวผิวจะดูหนาแน่นและมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสและมีคุณภาพผิวดีขึ้นค่อยเป็นค่อยไป
Radiesse Plus ราคาเท่าไหร่
ค่าบริการของ Radiesse Plus โดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และมาตรฐานการให้บริการของแต่ละสถานพยาบาล โดยราคาเฉลี่ยในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 3x,xxx ถึง 5x,xxx บาทต่อหนึ่งหลอด (บรรจุ 1.5 cc) ทั้งนี้ผู้เข้ารับบริการควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิว และวางแผนการทำหัตถการที่เหมาะสมกับงบประมาณและผลลัพธ์ที่ต้องการ
หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse Plus
Radiesse Plus ต้องฉีดกี่ CC
จำนวน CC ที่เหมาะสมของ Radiesse Plus ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและดุลยพินิจของแพทย์ โดยทั่วไปมักเริ่มต้นที่ 1.5 CC ต่อหนึ่งจุดที่ต้องการทำหัตถการ
Radiesse อยู่ได้กี่ปี
โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse Plus สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
Radiesse Plus กี่วันเห็นผล
ผู้รับบริการจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้หลังฉีด และจะเห็นผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วง 3 – 4 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
หลังฉีด Radiesse Plus ต้องพักฟื้นนานไหม
หลังฉีด Radiesse Plus ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยเข็มในช่วง 3 – 7 วันแรกหลังเข้ารับบริการ
สรุป
Radiesse Plus คือหัตถการในกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักของ CaHA ผสมยาชา Lidocaine เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน พร้อมเติมเต็มร่องลึกและปรับบริเวณหน้า โดยโดดเด่นต่างจากรุ่นปกติในเรื่องการลดความเจ็บ ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายผิวมากขึ้น และให้ผลลัพธ์คุณภาพผิวที่แน่นกระชับยาวนานประมาณ 1-2 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น หรือต้องการยกกระชับกรอบหน้าและเติมเต็มส่วนที่ยุบตัวโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน




