IV DRIP คืออะไร ช่วยเรื่องไหนบ้าง ดริปกี่ครั้งเห็นผล

หน้าแรก » วิตามิน » IV DRIP คืออะไร ช่วยเรื่องไหนบ้าง ดริปกี่ครั้งเห็นผล
IV DRIP
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

IV DRIP คือการให้วิตามินและสารอาหารผ่านทางหลอดเลือด ช่วยฟื้นฟูร่างกายด้วยการส่งผ่านสารจำเป็นเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เพื่อการดูดซึมและนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมทั้งการเสริมภูมิคุ้มกันและการลดความอ่อนเพลียสะสม ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ และเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงประโยชน์ ระยะเวลาในการเห็นผล รวมถึงแนวทางในการเลือกสูตรที่ตอบโจทย์ปัญหา

IV DRIP คืออะไร

IV DRIP หรือ Intravenous Vitamin Therapy คือการให้สารน้ำ สารอาหาร วิตามิน หรือแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำ เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้และมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับการทานวิตามินทั่วไป มักใช้ในการฟื้นฟูภาวะขาดสมดุลในร่างกาย หรือเสริมด้านสุขภาพภายใต้การดูแลและคำแนะนำของผู้ให้บริการเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

IV DRIP กี่วันเห็นผล

IV DRIP เห็นผลทันทีไหม กี่วันเห็นผล

ผลลัพธ์ของการทำ IV DRIP ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและสภาพปัญหาเดิมของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกถึงความสดชื่นและอาการอ่อนเพลียที่ลดลงได้ภายในประมาณ 1-3 วันหลังการรับบริการ ในขณะที่การฟื้นฟูผิวพรรณมักต้องเข้ารับบริกาต่อเนื่องสม่ำเสมอประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไป เพื่อให้สารอาหารและวิตามินสามารถออกฤทธิ์ฟื้นฟูเซลล์ได้อย่างเต็มที่

หมายเหตุ : ระยะเวลาและการแสดงผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสูตรวิตามินที่เลือกใช้รวมถึงการตอบสนองเฉพาะบุคคลที่อาจแตกต่างกันออกไป

IV DRIP ทำงานอย่างไร

การส่งผ่านสารอาหารเข้าสู่ร่างกายด้วย IV DRIP เน้นไปที่การนำพาสารอาหารที่สำคัญต่อการบำรุงในด้านต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย โดยมีกลไกการทำงานที่สำคัญ ดังนี้

  • ส่งตรงเข้ากระแสเลือด : นำพาวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิต ผ่านทางหลอดเลือดดำได้โดยตรง
  • ลดการสูญเสียจากการย่อย : ข้ามขั้นตอนการย่อยของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้สารอาหารไม่ถูกทำลายโดยน้ำย่อย
  • ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่ : ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่เต็มประสิทธิภาพ มากกว่าการรับประทานทั่วไป
  • ฟื้นฟูระดับเซลล์ : เพิ่มความเข้มข้นของสารอาหารในเลือดได้ค่อนข้างเร็ว เพื่อตรงเข้าซ่อมแซมเซลล์ที่อ่อนล้าได้โดยตรง

IV DRIP ช่วยเรื่องอะไร

IV DRIP ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ด้วยหลักการทำงานที่ส่งผ่านสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด และส่วนผสมที่อยู่ภายใน ทำให้หัตถการดังกล่าวตอบโจทย์ปัญหาได้หลากหลาย ทั้งยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ฟื้นฟูความอ่อนเพลีย : ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือการทำงานหนัก
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : เพิ่มระดับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ตามปกติ
  • บำรุงผิวพรรณ : ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและกระจ่างใสขึ้น จากการได้รับสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวโดยตรง
  • ทดแทนภาวะขาดน้ำ : ช่วยปรับสมดุลสารน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย ให้กลับสู่สภาวะปกติหลังทำหัตถการ
  • ขับสารพิษตกค้าง : สนับสนุนกระบวนการกำจัดของเสียและสารพิษในระดับเซลล์ รวมถึงช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์
  • บำรุงระบบประสาทและสมอง : ช่วยเสริมสร้างสมาธิและการทำงานของระบบประสาทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน : ช่วยให้ร่างกายจัดการไขมันได้ดีมากขึ้น ลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน ปรับให้ร่างกายดูสมส่วน

หมายเหตุ : ผลลัพธ์ของการทำ IV DRIP จะแตกต่างกันไป ตามสูตรหรือส่วนผสมของวิตามินที่นำเข้าสู่ร่างกาย

IV DRIP มีสูตรไหนบ้างที่พบบ่อย

การเลือกสูตร IV DRIP ที่เหมาะสมกับร่างกายและเป้าหมายของแต่ละบุคคล มีส่วนช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถานพยาบาลมักมีการจัดส่วนผสมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้รับบริการ ดังนี้

  • IV CELEBRITY SECRET : บำรุงผิวพรรณให้แลดูสุขภาพดี ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและกระจ่างใส
  • IV NAC B+ : เสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง พร้อมช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
  • IV WEIGHT LOSS : เสริมการทำงานของระบบเผาผลาญ มีส่วนในการดูแลรูปร่างและคุมน้ำหนัก
  • IV LIVER DETOX : ช่วยขจัดสารพิษของตับ ฟื้นฟูร่างกายจากสิ่งตกค้างและมลภาวะสะสม
  • IV SUPER C : เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยวิตามินซี เพื่อความพร้อมของร่างกายในทุกสภาวะ
  • IV HAIR & NAIL : เติมสารอาหารเพื่อบำรุงรากผมและเล็บให้แข็งแรง ลดการเปราะบางและขาด
  • IV WAKE UP : ลดอาการอ่อนเพลียสะสม คืนความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพลังงานให้ร่างกาย
  • IV REJUVENATION : ฟื้นฟูร่างกายด้วยวิตามินรวม เพื่อความสมดุลและความสดชื่นจากภายใน
  • PERSONALIZED IV DRIP : วิเคราะห์และปรับส่วนผสมวิตามินตามความต้องการเฉพาะบุคคล เพื่อตอบโจทย์สุขภาพ

หมายเหตุ : เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ก่อนใช้บริการ

IV DRIP เหมาะกับใคร

เนื่องจากการทำ IV DRIP ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำสารอาหารที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเหมาะสม หัตถการนี้จึงเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ซึ่งแตกต่าง และเหมาะกับปัญหาสุขภาพอย่างครอบคลุม ดังนี้

  • ผู้ที่พักผ่อนน้อย : ฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าและลดความเครียดสะสม
  • ผู้ที่เจ็บป่วยง่าย : เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดอาการภูมิแพ้และหวัด
  • ผู้ที่ต้องการกู้ผิวเสีย : บำรุงผิวให้กระจ่างใส ชุ่มชื้น และดูอิ่มน้ำจากภายใน
  • นักกีฬาและสายสุขภาพ : เร่งการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและกระตุ้นระบบเผาผลาญ
  • ผู้ที่ทำงานใช้สมองหนัก : เสริมสร้างสมาธิและประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท
  • ผู้ที่ไม่สะดวกทานวิตามิน : ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมหรือลืมทานวิตามินแบบเม็ด
  • สายปาร์ตี้หรือเผชิญมลภาวะ : ช่วยขับสารพิษตกค้างและฟื้นฟูร่างกายหลังดื่มแอลกอฮอล์

IV DRIP ไม่เหมาะกับใคร

ผู้รับบริการบางกลุ่มจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนเริ่มรับบริการ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยกลุ่มบุคคลที่มีข้อจำกัดหรือควรระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้

  • ผู้ป่วยโรคไต : เนื่องจากไตต้องทำงานหนักขึ้นในการขับสารน้ำและแร่ธาตุส่วนเกิน
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ : ปริมาณสารน้ำที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนโลหิต
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง : สารน้ำในเส้นเลือดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความดันสูงขึ้นชั่วขณะ
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความปลอดภัยของมารดาและทารก
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามิน : โดยเฉพาะสารจำเพาะในสูตรวิตามินนั้น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD : วิตามินบางชนิด อาจส่งผลต่อการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง

หมายเหตุ : ผู้รับบริการควรแจ้งประวัติสุขภาพ และปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนเข้ารับหัตถการทุกครั้ง

การทำ IV DRIP อันตรายไหม

การทำ IV DRIP เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ หากดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์ และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามผู้รับบริการควรได้รับการประเมินร่างกายและประวัติการแพ้ยาอย่างละเอียดก่อนเริ่มขั้นตอน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากปริมาณสารน้ำหรือส่วนประกอบของวิตามินบางชนิด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ IV DRIP

หลังทำ IV DRIP ผู้รับบริการบางรายอาจพบอาการข้างเคียงชั่วคราวซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย ทั้งนี้ อาการดังกล่าวมักหายได้เองตามการดูแล โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นที่ควรทราบเพื่อการเตรียมตัวและสังเกตอาการ ดังนี้

  • รอยช้ำหรือบวมเขียว : อาจเกิดขึ้นบริเวณตำแหน่งที่แทงเข็ม และมักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
  • ระคายเคืองเส้นเลือด : อาจรู้สึกหน่วงหรือแสบเล็กน้อยในสูตรที่ค่อนข้างมีความเข้มข้น
  • เวียนศีรษะหรือหน้ามืด : พบได้ในผู้ที่พักผ่อนน้อยหรือไม่ได้รับประทานอาหารก่อนรับบริการ
  • กลิ่นวิตามิน : อาจมีกลิ่นวิตามินในลมหายใจหรือปัสสาวะ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของร่างกาย
  • ปัสสาวะเปลี่ยนสี : หลังทำ IV DRIP สีของปัสสาวะอาจเปลี่ยนไปตามสีของวิตามินที่ได้รับ
  • ผื่นแพ้ : มีโอกาสพบได้ค่อนข้างน้อย แต่อาจพบในกลุ่มที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบในสูตรนั้น ๆ

เตรียมตัวก่อนทำ IV DRIP

การเตรียมตัวก่อนทำ IV DRIP

เพื่อให้การให้วิตามินหรือ IV Drip มีประสิทธิภาพ และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงหลังทำหัตถการ ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามแนวทางเบื้องต้น เพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการรับสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ : ควรนอนหลับให้เต็มที่อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
  • รับประทานอาหารตามปกติ : ไม่ควรอดอาหาร เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
  • ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ : ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว เพื่อช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวและแทงเข็มได้ง่ายขึ้น
  • งดแอลกอฮอล์ : ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
  • แจ้งประวัติสุขภาพ : ให้ข้อมูลโรคประจำตัวและการแพ้ยาแก่แพทย์อย่างละเอียด
  • สวมเสื้อผ้าที่สะดวก : เลือกเสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่รัดแน่น เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการ

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ IV DRIP

การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมหลังทำ IV DRIP มีส่วนสำคัญในการเสริมให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคงอยู่ได้ค่อนข้างนานยิ่งขึ้น ทั้งยังลดความเสี่ยงจากการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  • ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ : ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินและขับของเสียที่ตกค้างได้ดียิ่งขึ้น
  • งดใช้แขนยกของหนัก : งดการใช้งานแขนที่ทำหัตถการหนักเกินไปในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • ประคบเย็นหากมีรอยช้ำ : ใช้เจลเย็นประคบเบาๆ เพื่อลดอาการบวมหรือเขียวช้ำ
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยทำลายวิตามิน : งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังทำ IV DRIP
  • สังเกตอาการผิดปกติ : หากมีผื่นคัน หายใจติดขัด หรือมีไข้สูง ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที

ข้อควรระวังในการทำ IV DRIP

การเสริมความแข็งแรงให้ร่างกายผ่านสารอาหารทางหลอดเลือด หรือ IV Drip ควรพิจารณาองค์ประกอบด้านเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสุขภาพควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบร่างกาย โดยมีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนี้

  • ควรเลือกรับบริการกับคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง : เพื่อความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสาธารณสุข
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำ : เพื่อประเมินสภาพร่างกาย ประวัติแพ้ยา และโรคประจำตัวอย่างละเอียด
  • ตรวจเช็กภาวะ G6PD Deficiency : ผู้ที่มีภาวะนี้ต้องระวังการดริปวิตามินซีเข้มข้น เพราะเสี่ยงเม็ดเลือดแดงแตก
  • เลือกสูตรวิตามินให้ตรงกับปัญหา : พิจารณาสารสกัดที่ตอบโจทย์สุขภาพหรือผิวพรรณของเราจริง ไม่เลือกตามกระแส
  • พิจารณาราคาที่สมเหตุสมผล : ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ เพราะอาจแลกมาด้วยตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเจือจางเกินไป
  • สังเกตอาการผิดปกติระหว่างทำหัตถการ : หากมีอาการใจสั่น เวียนศีรษะ หรือแสบเส้นเลือด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ทันที
  • ตั้งความคาดหวังผลลัพธ์ที่เหมาะสม : เข้าใจว่าเป็นการฟื้นฟูจากภายในที่ต้องทำต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลสุขภาพ

IV DRIP ราคาเท่าไหร่

ค่าบริการสำหรับการทำ IV Drip ในสถานพยาบาลโดยทั่วไปมักมีราคาประมาณ 1,000 – 4,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสูตรวิตามินและความเข้มข้นของสารสกัดที่ใช้ในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ราคาอาจมีความแตกต่างกันตามประเภทของสถานบริการและการดูแลโดยแพทย์

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IV DRIP

ทำ IV DRIP เจ็บไหม

ความรู้สึกขณะรับบริการจะคล้ายกับการเจาะเลือดหรือการให้น้ำเกลือทั่วไป ซึ่งอาจรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเฉพาะในช่วงที่เริ่มเปิดเส้นเพื่อนำเข็มเข้าสู่ชั้นผิวเท่านั้น ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

IV DRIP ต้องทำบ่อย ๆ ไหม

ความถี่ในการรับบริการขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การฟื้นฟูและดุลยพินิจของแพทย์ โดยทั่วไปมักแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุก 2 สัปดาห์ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ต่อเนื่อง (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำ)

IV DRIP ผิวขาวขึ้นไหม

การดริปวิตามินช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสและสุขภาพดีขึ้นจากการฟื้นฟูระดับเซลล์ แต่อาจไม่ได้เปลี่ยนสีผิวตามธรรมชาติเดิมของบุคคลได้ ทั้งนี้อยู่กับสูตรที่ใช้ด้วย

IV DRIP VS ทานวิตามินอะไรดีกว่ากัน

การดริปวิตามินให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ซึ่งค่อนข้างเร็วกว่าการทานผ่านระบบย่อยอาหาร ที่อาจมีการสูญเสียสารอาหารบางส่วน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

ทำ IV DRIP ต้องหยุดกินอาหารเสริมไหม

ไม่จำเป็นต้องหยุดทานอาหารเสริมตามปกติ แต่ควรแจ้งชนิดของอาหารเสริมที่ทานอยู่ให้แพทย์ทราบเพื่อปรับสมดุลปริมาณวิตามินไม่ให้เกินความจำเป็นของร่างกาย

สรุป

IV DRIP คือหัตถการที่ช่วยเติมวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดดำ ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเพลีย เสริมภูมิคุ้มกัน หรือบำรุงผิวพรรณให้แลดูสุขภาพดีจากภายใน โดยส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นหลังรับบริการ และเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง แต่เนื่องจากการทำหัตถการนี้มีหลายสูตร จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกสูตรที่ตอบโจทย์ร่างกายของแต่ละบุคคล

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
NAD+ IV Therapy

NAD+ Therapy คืออะไร ชะลอวัยล้ำลึก ช่วยฟื้นฟูให้อ่อนเยาว์จริงไหม

NAD+ Therapy เป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับ NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) ซึ่งเป็นโคเอนไซม์สำคัญที่มีบทบาทต่อการผลิตพลังงาน
IV Weight Loss

IV Weight Loss คืออะไร ช่วยเผาผลาญ ลดไขมันได้อย่างไร

IV Weight Loss คือหัตถการที่ส่งผ่านสารอาหารและวิตามิน เพื่อสนับสนุนกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย