Radiesse คืออะไร ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน CaHA เหมาะกับใครบ้าง

หน้าแรก » Biostimulator » Radiesse คืออะไร ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน CaHA เหมาะกับใครบ้าง
Radiesse
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Radiesse กำลังเป็นที่จับตามอง เนื่องจากเป็นหัตถการที่โดดเด่นในการช่วยฟื้นฟูและบำรุงสภาพผิว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าปัจจุบันมีหัตถการที่ให้ผลลัพธ์คล้ายคลึงกันอยู่ค่อนข้างมาก การศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นข้อเท็จจริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ดังนั้น วันนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Radiesse คืออะไร ฉีดแล้วจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมทั้งไขข้อข้องใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ

Radiesse คืออะไร

Radiesse คือหัตถการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite-CaHA) ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย โดยจะเข้าไปทำหน้าที่ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน โดยกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสื่อมสภาพ

* Calcium Hydroxylapatite (CaHA) คือสารสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างเทียบเท่ากับแร่ธาตุที่พบในกระดูกและฟันของมนุษย์ เข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในร่างกายและสามารถสลายตัวได้เองตามกลไกธรรมชาติ

Radiesse มีหลักการทำงานอย่างไร

การทำงานของ Radiesse อาศัยกลไกการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นกระบวนการทางชีวภาพของร่างกายอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้

  • พยุงโครงสร้างผิว : เนื้อเจลที่เป็นส่วนประกอบจะทำหน้าที่เสมือนฐานรองรับ ช่วยเติมเต็มและพยุงผิวที่หย่อนคล้อยหลังการฉีด Radiesse
  • สร้างโครงตาข่ายใต้ผิว : อนุภาค CaHA จะเข้าไปเรียงตัวเป็นโครงข่ายชั่วคราว เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
  • กระตุ้นเซลล์ผิว : โครงข่ายดังกล่าวจะกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ตามกลไกธรรมชาติ
  • สลายตัวและฟื้นฟูระยะยาว : อนุภาค CaHA จะค่อย ๆ สลายตัว โดยคงเหลือไว้เพียงโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่อง

Radiesse มีข้อดีอะไร

ฉีด Radiesse มีข้อดีอะไรบ้าง

การเข้ารับบริการฉีด Radiesse มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิว และแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในหลายด้าน ซึ่งมีข้อดีหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน : ฟื้นฟูโครงสร้างชั้นผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ปรับปรุงคุณภาพผิว : ส่งเสริมให้ผิวมีความเรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับ และสุขภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
  • เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก : ช่วยพยุงและเติมเต็มผิวบริเวณที่มีการยุบตัวหรือเกิดร่องลึก เช่น ร่องแก้มและร่องมุมปาก ให้ดูตื้นขึ้น
  • ยกกระชับและปรับกรอบหน้า : ด้วยคุณสมบัติในการพยุงผิว จึงช่วยปรับกรอบหน้า (Jawline) ให้ดูมีความชัดเจนและมีมุมมองสวยงามมากยิ่งขึ้น
  • ฟื้นฟูผิวบริเวณหลังมือ : ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณหลังมือที่สูญเสียความยืดหยุ่น หรือมีเส้นเลือดปูดโปน ให้กลับมาดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น

Radiesse ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

Radiesse ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

ด้วยคุณสมบัติในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมเต็มวอลลุ่ม หัตถการอย่าง Radiesse จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้ในหลายบริเวณ ดังต่อไปนี้

  • ร่องแก้มและร่องมุมปาก : เติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นและเรียบเนียน
  • กรอบหน้าและแนวกราม : ยกกระชับและปรับโครงสร้างหน้าให้ดูคมชัด
  • คาง : ปรับรูปทรงให้ได้สัดส่วน รับกับโครงหน้าโดยรวม
  • แก้มตอบและขมับ : เติมเต็มวอลลุ่มบริเวณที่ยุบตัวให้กลับมาอิ่มฟู
  • หลังมือ : ฟื้นฟูผิวเหี่ยวย่นหรือมีเส้นเลือดปูดโปนให้เต่งตึงและเรียบเนียน
  • ลำคอและเนินอก : ลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น

ข้อควรระวัง : โดยทั่วไปแพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีด Radiesse บริเวณรอบดวงตา เช่น ร่องน้ำตา หรือริมฝีปาก เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีผิวที่ค่อนข้างบางและมีความละเอียดอ่อน (ขึ้นอยู่กับแพทย์และสถานพยาบาล)

Radiesse vs Sculptra ต่างกันไหม เลือกแบบไหนดี

แม้ว่า Radiesse และ Sculptra จะเป็นหัตถการในกลุ่ม Biostimulator แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างกันในด้านส่วนประกอบ กลไกการทำงาน และความเหมาะสมต่อลักษณะปัญหาผิว ซึ่งสามารถพิจารณาเปรียบเทียบได้ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ Radiesse (เรเดียสซ์) Sculptra (สคัลป์ทรา)
ส่วนประกอบหลัก แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) โพลีแอลแลคติกแอซิด (PLLA)
จุดเด่นด้านการทำงาน มีเนื้อเจลช่วยพยุงโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจน (Type 1 & 3) และอีลาสติน เน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน (Type 1) ขึ้นมาใหม่ด้วยตนเองแบบค่อยเป็นค่อยไป
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลบางส่วนหลังทำ (จากการเติมเต็มของเจล) และผิวค่อย ๆ ดีขึ้นชัดเจนในประมาณ 3-4 สัปดาห์ ไม่เห็นผลทันที จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-4 สัปดาห์ และผลลัพธ์ชัดเต็มที่ในประมาณ 2-3 เดือน
เหมาะกับปัญหาแบบไหน เน้นยกกระชับเฉพาะจุด ปรับให้กรอบหน้าคมชัด เติมร่องลึก เช่น ร่องแก้ม และฟื้นฟูผิวหลังมือ เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวทั่วใบหน้า เติมเต็มแก้มตอบ หรือผู้ที่มีปัญหาผิวบาง ขาดวอลุ่มโดยรวม
ระยะเวลาคงสภาพ ประมาณ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) ประมาณ 2 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

Radiesse เหมาะกับใคร

การฟื้นฟูผิวด้วย Radiesse เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาหรือมีความกังวลใจในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย : ผิวขาดความตึงกระชับ และต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมายืดหยุ่น
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก : บริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก) หรือผิวที่ยุบตัวลงตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและกรอบหน้า : ต้องการเพิ่มความคมชัด และสร้างมุมมองให้กับกรอบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวบริเวณหลังมือ : ผิวหลังมือดูเหี่ยวย่น สูญเสียความยืดหยุ่น หรือมีเส้นเลือดปูดโปน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว : ผู้ที่มองหาหัตถการในการฟื้นฟูผิว ซึ่งให้ผลลัพธ์ค่อนข้างนาน

Radiesse ไม่เหมาะกับใคร

แม้การทำ Radiesse จะสามารถเข้าถึงได้ง่ายและตอบโจทย์ผู้รับบริการได้หลากหลายกลุ่ม แต่เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น อาจมีบางกลุ่มที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ ดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ เพื่อลดความเสี่ยง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารประกอบในตัวยา : เช่น แพ้สาร CaHA หรือมีประวัติภูมิแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่มีภาวะผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อ : เช่น มีสิวอักเสบ เป็นเริม หรือมีแผลเปิดบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีประวัติเกิดแผลเป็นคีลอยด์ : เพราะกลไกกระตุ้นคอลลาเจน อาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นนูน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางกลุ่ม : เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะเลือดออกง่าย หรือทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ

Radiesse มีผลข้างเคียงไหม

แม้การฉีด Radiesse จะเป็นหัตถการที่ใช้กันทั่วไป ทั้งยังดูแลให้ปลอดภัยได้ แต่ผู้รับบริการควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อการเตรียมตัวและการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ดังนี้

  • อาการบวม แดง หรือเขียวช้ำ : มักเกิดขึ้นบริเวณรอยเข็มหลังฉีด Radiesse และจะค่อย ๆ ดีขึ้นประมาณ 3-7 วัน
  • ความรู้สึกตึงหรือปวดระบม : อาจรู้สึกไม่สบายผิวหรือกดเจ็บเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรกหลังเข้ารับบริการ
  • การคลำพบก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง : อาจเกิดขึ้นได้หาก Radiesse กระจายไม่สม่ำเสมอ ซึ่งต้องใช้เวลาให้ตัวยาสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ
  • การอักเสบหรือติดเชื้อ : เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ค่อนข้างน้อย มักเกิดจากการดูแลแผลหลังฉีดไม่ถูกวิธีหรือความไม่สะอาดในขั้นตอนการทำ
  • การฉีดเข้าหลอดเลือด : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและพบได้ไม่บ่อย ซึ่งอาจนำไปสู่เนื้อเยื่อขาดเลือดหรือเนื้อตายได้หากแพทย์ขาดการประเมินที่เหมาะสม

ก่อนทำ Radiesse ควรดูแลตัวเองอย่างไร

การเตรียมความพร้อมทางร่างกายและสภาพผิวอย่างถูกวิธีก่อนทำ เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ Radiesse แสดงผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทำหัตถการ เช่น

  • ปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติ : แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • ตรวจสอบสภาพผิว : หากมีแผล ติดเชื้อ หรือสิวอักเสบรุนแรงในจุดที่จะฉีด ควรเลื่อนหัตถการออกไปก่อน
  • งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า : เช่น แอสไพริน NSAIDs วิตามินอี และน้ำมันปลา ประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงอาการบวมช้ำ
  • งดทำหัตถการผิวหนัง : หลีกเลี่ยงเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือผลัดเซลล์ผิวในบริเวณที่จะฉีด Radiesse อย่างน้อย 1 สัปดาห์

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Radiesse

การปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดภายหลังการรับบริการ Radiesse มีส่วนช่วยเสริมการทำงานของผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวเป็นไปอย่างเต็มที่ เช่น

  • ประคบเย็น : ใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีด Radiesse
  • งดสัมผัสรุนแรง : ห้ามนวด กด หรือถูใบหน้าแรง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงความร้อน : งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และตากแดดจัดใน 48 ชั่วโมงแรก
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ : อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาด : ช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่
  • เว้นระยะหัตถการอื่น : งดเลเซอร์และนวดหน้าในบริเวณที่ฉีด Radiesse 2-4 สัปดาห์
  • สังเกตอาการ : หากปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสี หรือบวมผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที

รีวิว Radiesse

ภาพสำหรับใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse

ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ที่มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยและคุณภาพผิวที่เสื่อมสภาพตามวัย พบว่าการใช้ Radiesse ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในให้มีความยืดหยุ่นและแลดูอิ่มเอิบขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ ชัดขึ้น ตามกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินของร่างกาย ช่วยปรับใบหน้าให้ดูสดใสและมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นในระยะยาว

Radiesse ราคา

Radiesse ราคาเท่าไหร่

ราคาเฉลี่ยของ Radiesse ในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 50,000 บาทต่อกล่อง (1.5 cc) ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปตามปริมาณ หรือระดับปัญหาของผู้รับบริการ จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวจากแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของจำนวนตัวยาและแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse

ฉีด Radiesse เจ็บไหม

การฉีด Radiesse อาจก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายผิวได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการใช้ยาชาหรือใช้การประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างการทำหัตถการ (ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก)

Radiesse กับฟิลเลอร์เหมือนกันไหม

แม้จะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่ Radiesse แตกต่างจากฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ตรงที่เป็นสารเติมเต็มที่เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจากภายในร่างกาย

Radiesse ต้องฉีดกี่ครั้ง

จำนวนครั้งในการฉีด Radiesse ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่แพทย์มักแนะนำการฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องตามแผนการที่ประเมินไว้

Radiesse กี่เดือนเห็นผล

ผู้รับบริการจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว ที่ดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้นได้ภายหลังการทำหัตถการประมาณ 1-3 เดือน ตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

Radiesse อยู่ได้กี่ปี

ผลลัพธ์จากการกระตุ้นโครงสร้างผิวด้วย Radiesse สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและปัจจัยด้านการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในแต่ละบุคคล

สรุป

Radiesse เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวในกลุ่ม Biostimulator ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจากภายใน ซึ่งช่วยส่งเสริมความแข็งแรงและยืดหยุ่นของผิวได้ค่อนข้างนาน แม้จะเป็นหัตถการที่ดูแลให้ปลอดภัยได้ แต่อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ผู้รับบริการจึงควรศึกษาข้อมูลด้านผลข้างเคียงและเตรียมความพร้อมของร่างกาย เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการ

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Gouri

Gouri คืออะไร ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดผิวหย่อนคล้อยได้จริงไหม

Gouri เป็นนวัตกรรม Liquid PCL ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย โดยเน้นการฟื้นฟูผิวในระดับลึกถึงโครงสร้างผิว
Biostimulator

Biostimulator คืออะไร ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน มีแบบไหนบ้าง

Biostimulator มีคุณสมบัติในการส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ เพื่อฟื้นฟูกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติของร่างกาย
Radiesse Plus

Radiesse Plus คืออะไร ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Radiesse Plus หรือ Radiesse (+) มักถูกกล่าวถึงควบคู่กับรุ่นดั้งเดิมอย่าง Radiesse Classic และได้รับความนิยม ด้านการปรับภาพรวมของหน้าพร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิว
Sculptra

Sculptra คืออะไร กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

Sculptra ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟิลเลอร์ แต่เป็นหัตถการที่จัดอยู่ในกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ซึ่งมีเป้าหมายในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน