Sculptra ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟิลเลอร์ แต่เป็นหัตถการที่จัดอยู่ในกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ซึ่งมีเป้าหมายในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากหัตถการอื่น ๆ ซึ่งวันนี้จะมาเจาะลึกตั้งแต่กลไกการทำงาน ไปจนถึงตำแหน่งที่สามารถฉีดได้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านการเตรียมตัวและการดูแลตนเอง เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น
Sculptra คืออะไร
Sculptra คือหัตถการในกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักจากสารสังเคราะห์ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายโดยจะเข้าไปฟื้นฟูผิวจากภายใน เพื่อช่วยคืนความยืดหยุ่นและเพิ่มความกระชับให้แก่ผิวพรรณ โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ แสดงออกอย่างชัดเจนตามวงจรการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของผิว
Sculptra กระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างไร
กลไกการทำงานของ Sculptra มุ่งเน้นการฟื้นบำรุงสุขภาพผิวผ่านกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย โดยมีขั้นตอนการทำงานที่สำคัญ ดังนี้
- กระจายอนุภาค PLLA : Sculptra จะกระจายตัวเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงร่างพื้นฐานในการฟื้นฟู
- กระตุ้นการตอบสนองของผิว : ร่างกายจะตอบสนองต่ออนุภาค PLLA ใน Sculptra เพื่อเตรียมพร้อมสู่กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
- ส่งสัญญาณผลิตคอลลาเจน : กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น
- ฟื้นฟูโครงสร้างจากภายใน : ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนาแน่นและแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- สลายตัวตามธรรมชาติ : อนุภาค PLLA จะค่อย ๆ สลายตัวและขับออกจากร่างกายเอง โดยคงเหลือไว้เพียงคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่
Sculptra ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง
การฉีด Sculptra สามารถทำได้ในหลายบริเวณที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยหรือการสูญเสียคอลลาเจน โดยตำแหน่งที่นิยม มีดังนี้
- บริเวณขมับ : ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวบริเวณขมับที่ตอบให้ดูเต็มขึ้น
- แนวกรอบหน้าและแก้ม : ช่วยยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ให้ผิวบริเวณแก้มให้มีความหนาแน่นขึ้น
- ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก : ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึก จากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนตามวัย
- หน้าหูและแนวกราม : ช่วยให้แนวกรอบหน้ามีความชัด และดูยกกระชับมากยิ่งขึ้น
- บริเวณลำคอ : เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอที่มีความยืดหยุ่นลดน้อยลง หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ
Sculptra ช่วยอะไรบ้าง
ด้วยความที่การทำงานของ Sculptra มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างรากฐานของชั้นผิว ผ่านการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อโครงสร้างผิวในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : เสริมกระบวนการผลิตคอลลาเจน เพื่อความแข็งแรงของชั้นผิว
- ปรับปรุงความยืดหยุ่น : เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยให้ผิวมีความกระชับมากยิ่งขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก : ช่วยให้ริ้วรอยที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนดูจางลง
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว : ปรับปรุงสภาพผิวโดยรวม ให้ดูเรียบเนียนและมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น
- คงผลลัพธ์ระยะยาว : ให้ผลที่ต่อเนื่องและค่อนข้างยาวนานกว่าหัตถการบางประเภท
ใครเหมาะกับการฉีด Sculptra
การพิจารณาความเหมาะสมในการเข้ารับบริการ Sculptra จะประเมินจากสภาพปัญหาผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูเชิงโครงสร้าง ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น : ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อย และความไม่กระชับของผิวหน้า
- ผู้ที่มีริ้วรอยและร่องลึก : ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว : ผู้ที่ต้องการปรับปรุงความหนาแน่น และโครงสร้างชั้นผิวให้แข็งแรงขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ : ผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องการการเติมเต็มแบบฟิลเลอร์
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในระยะยาว : ผู้ที่มองหาการดูแลผิวที่ให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานต่อเนื่อง ภายหลังการทำหัตถการครบตามคำแนะนำของแพทย์
ใครไม่เหมาะกับการฉีด Sculptra
การประเมินข้อจำกัดและข้อควรระวังก่อนเข้ารับบริการ Sculptra เป็นขั้นตอนสำคัญ โดยบุคคลในกลุ่มดังต่อไปนี้ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด เช่น
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของตัวยา : โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการแพ้สาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ใน Sculptra อย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีแนวโน้มการเกิดแผลเป็นนูน : บุคคลที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นชนิดคีลอยด์ (Keloid) หรือแผลเป็นหนานูนได้ง่าย
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณผิวหนัง : หากมีอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลสดในบริเวณที่ต้องการฉีด Sculptra ควรเลื่อนการทำออกไปจนกว่าผิวหนังจะหายสนิท
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด : โดยเฉพาะกลุ่มโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตอบสนองของ Sculptra
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร : เนื่องจากอาจยังไม่มีผลการศึกษาที่รับรองความปลอดภัย สำหรับผู้รับบริการในกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ (แนะนำให้ปรึกษาก่อนทำหัตถการ)
หลังฉีด Sculptra มีผลข้างเคียงไหม
การเข้ารับบริการ Sculptra อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงชั่วคราวซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายภายหลังการทำหัตถการ โดยมีรายละเอียดและแนวทางข้อควรระวัง ดังนี้
- อาการบวมและแดง : อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่รับบริการ ซึ่งมักจะทุเลาลงภายใน 2-3 วันหลังการฉีด Sculptra
- รอยเขียวช้ำหรือจุดเลือดออก : พบได้ในบางจุดที่เข็มสัมผัสกับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง โดยรอยจะค่อย ๆ จางไปเอง
- อาการระคายเคืองหรือกดเจ็บ : ความรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด Sculptra ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของเนื้อเยื่อในช่วงแรก
- การเกิดก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง : ในบางกรณีอาจพบการสะสมของตัวยาเป็นก้อนขนาดเล็ก ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการนวดหน้าตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ : แม้จะพบได้ค่อนข้างน้อย แต่หากมีการดูแลแผลไม่เหมาะสมอาจเกิดการอักเสบได้ (ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องความสะอาดอย่างเคร่งครัด)
ก่อนฉีด Sculptra เตรียมตัวอย่างไรดี
สำหรับใครที่กังวล การเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายและข้อมูลสุขภาพอย่างถูกวิธี เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพและลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงหลังการเข้ารับบริการ Sculptra โดยมีแนวทางที่ควรทราบดังนี้
- แจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด : ตรวจสอบและแจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้าในช่วงเวลาที่ผ่านมา
- งดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด : ควรหยุดทานยาจำพวกแอสไพริน และอาหารเสริม เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา หรือแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ : ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เพื่อลดโอกาสการบวมช้ำและการอักเสบของผิวหนัง
- งดการผลัดเซลล์ผิวหรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง : หลีกเลี่ยงการใช้สารกลุ่มเรตินอล การสครับหน้า หรือการทำเลเซอร์บริเวณที่จะฉีด Sculptra อย่างน้อย 3-5 วัน
- รักษาสุขภาพร่างกายให้พร้อม : ควรพักผ่อนให้เพียงพอและมั่นใจว่าไม่มีการติดเชื้อหรืออาการอักเสบรุนแรงบริเวณผิวหนังที่จะทำหัตถการ
วิธีตรวจสอบ Sculptra ของแท้ ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในคุณภาพของตัวยา ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบ Sculptra ของแท้ได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- สติ๊กเกอร์โมโนแกรมสีทอง บนกล่องต้องมีสติ๊กเกอร์กลมลายโมโนแกรมสีทองติดอยู่
- เลขจดทะเบียน อย. ระบุอยู่ด้านข้างกล่อง สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ www.oryor.com
- QR Code สำหรับตรวจสอบสินค้า มีสติ๊กเกอร์ QR Code ให้สแกนผ่านแอปพลิเคชัน Eztracker
- โลโก้ตัว S นูนบนกล่อง ด้านหน้ากล่องต้องมีสัญลักษณ์ตัวอักษร S แบบนูน ซึ่งเป็นโลโก้ของแบรนด์
- เลข Lot บนขวดและกล่องตรงกัน ขวดยาจะเป็นระบบสุญญากาศ และมีเลข Lot แสดงชัดเจน ต้องตรงกับเลขบนกล่อง
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Sculptra
การปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดภายหลังฉีด Sculptra จะช่วยส่งเสริมการกระจายตัวของยา และเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์การทำหัตถการให้ดียิ่งขึ้น โดยมีข้อปฏิบัติหลัก ดังนี้
- นวดหน้าตามคำแนะนำ : นวดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วัน เพื่อกระจายตัวยาอย่างสม่ำเสมอ
- ประคบเย็น : ประคบเย็นบริเวณที่ฉีด Sculptra ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
- งดการแต่งหน้า : เว้นการแต่งหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อความสะอาดและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงความร้อน : งดซาวน่า การออกกำลังกายหนัก หรือแดดจัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : หลีกเลี่ยงอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อช่วยลดการบวมและอักเสบของผิว
หลังฉีด Sculptra ห้ามกินอะไร
หลังเข้ารับบริการ Sculptra แม้จะไม่มีข้อห้ามเรื่องอาหารที่รุนแรง แต่ควรระมัดระวังกลุ่มอาหารที่อาจส่งผลต่อการบวมช้ำหรือการอักเสบของผิวในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ดังนี้
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด : เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำในบริเวณที่ฉีด Sculptra ได้
- อาหารที่มีโซเดียมสูง : เช่น อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง หรืออาหารรสจัด ซึ่งส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเพิ่มโอกาสการบวมของใบหน้า
- อาหารที่ให้ความร้อนสูงขณะทาน : เช่น ชาบูหรือปิ้งย่างที่ต้องหน้าอยู่หน้าเตาเป็นเวลานาน เนื่องจากความร้อนอาจกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจนทำให้รอยเข็มบวมขึ้น
- อาหารดิบหรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ : เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ หรืออาการแพ้จากสารปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อกระบวนการฟื้นฟูผิว
- ยาหรืออาหารเสริมที่ช่วยการแข็งตัวของเลือด : (หากยังมีความช้ำอยู่) ควรเลี่ยงกลุ่มน้ำมันปลา วิตามินอี หรือสมุนไพรบางชนิดต่ออีกเล็กน้อยตามคำแนะนำของแพทย์
Sculptra ราคาเท่าไหร่
การรับบริการ Sculptra ราคาพื้นฐานโดยประมาณจะอยู่ที่ 20,000 – 35,000 บาทต่อปริมาณ 1 ขวด (10 cc) ซึ่งอาจแตกต่างไปจากนี้ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้รับบริการ โปรโมชันและมาตรฐานการให้บริการของแต่ละสถานพยาบาล
หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก
ซึ่งที่เอเพ็กซ์มีค่าบริการสำหรับ Sculptra ราคา 25,000 บาท สำหรับ 1 ขวด ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับโปรโมชัน แนะนำให้สอบถามก่อนเข้ารับบริการ
รีวิว Sculptra ภาพก่อนและหลังทำ จากผู้ใช้บริการของเรา
ภาพสำหรับใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sculptra
ฉีด Sculptra เจ็บไหม
การฉีด Sculptra อาจทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงในบริเวณที่ฉีด โดยปกติแพทย์จะมีการผสมยาชาหรือทายาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดให้แก่ผู้รับบริการ (ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก)
Sculptra ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ผลลัพธ์หลังฉีด Sculptra มักจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวที่ดีขึ้น ประมาณ 2-3 ครั้ง โดยควรเว้นระยะห่างตามที่แพทย์แนะนำเพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่
Sculptra อยู่ได้กี่ปี
ผลลัพธ์จากการฉีด Sculptra สามารถคงอยู่ได้ค่อนข้างนาน ซึ่งอาจนานประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเฉพาะบุคคล
หลังฉีด Sculptra ห้ามอะไรบ้าง
หลังการฉีด Sculptra ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การสัมผัสความร้อนจัด และการใช้เครื่องสำอางบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก รวมถึงควรนวดหน้าตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
Sculptra ช่วยเรื่องร่องแก้มไหม
Sculptra สามารถช่วยปรับปรุงบริเวณร่องแก้มให้ดูตื้นขึ้นได้ ผ่านกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเพิ่มความหนาแน่นให้แก่ชั้นผิวในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย
Sculptra กับ Filler ต่างกันอย่างไร
Sculptra เน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความอิ่มฟูของผิวในระยะยาว ในขณะที่ Filler เป็นการเติมเต็มสารไฮยาลูโรนิกเพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับภาพรวมของใบหน้า
สรุป
Sculptra จัดเป็นหัตถการในกลุ่ม Biostimulator ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในผ่านกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง เช่น ขมับ กรอบหน้าและแก้ม หรือลำคอ เพื่อคืนความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน และวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคลก่อนใช้บริการ









