ฉีดโบท็อกคอ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวลำคอ ซึ่งเป็นจุดที่บ่งบอกอายุได้ชัดไม่แพ้ใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย เส้นคอ หรือความหย่อนคล้อยที่ทำให้ลุคดูไม่สดใส การฉีดโบท็อกบริเวณคอช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและปรับผิวให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีข้อสงสัยว่าต้องใช้กี่ยูนิต เห็นผลจริงไหม และช่วยให้คอดูระหงได้แค่ไหน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลผิวได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
ฉีดโบท็อกคอ คืออะไร
การฉีดโบท็อกคอ คือ การใช้สารโบทูลินัมท็อกซินฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อ Platyma ที่คอเพื่อคลายแรงดึงรั้งผิวหนังลง ช่วยให้ริ้วรอยที่เป็นเส้นแนวตั้งและรอยพับรอบคอดูจางลงอย่างชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวบริเวณลำคอที่ดู เรียบเนียนตึงกระชับ และช่วยปรับแนวกรามให้ดูคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉีดโบท็อกคอ ช่วยแก้ปัญหาแบบไหนได้บ้าง
การเลือกใช้วิธีฉีดโบท็อกคอ เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มี ปัญหาความหย่อนคล้อยและความไม่กระชับบริเวณลำคอ โดยสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหลัก ๆ ได้ดังนี้
- ริ้วรอยแนวตั้ง (เส้นเอ็นคอชัด) : ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ที่เป็นเส้นเอ็นปูดโปนบริเวณคอให้เรียบเนียนขึ้น
- ริ้วรอยแนวนอน : ลดรอยพับและรอยย่นตามขวาง ที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ
- กรอบหน้าไม่ชัด : ช่วยยกกระชับแนวกราม ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูคมชัดและมีมิติ
- ผิวคอหย่อนคล้อย : ปรับสภาพผิวบริเวณลำคอ ให้ดูตึงกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- อาการตึงหรือปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ : การฉีดโบท็อกอาจช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณคอและหัวไหล่ ทำให้อาการปวดตึงดีขึ้น
ฉีดโบท็อกคอ เหมาะกับใครบ้าง
การทำหัตถการฉีดโบท็อกคอ เป็นวิธีที่ช่วยกู้คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวบริเวณลำคอได้ โดยกลุ่มผู้ที่เหมาะสำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้มีดังนี้
- ผู้ที่มีเส้นลำคอชัด : ต้องการลดความเด่นของเส้นเอ็นบริเวณลำคอ ที่ปรากฏชัดเวลาพูดหรือเกร็งหน้าให้ดูเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด : ต้องการยกกระชับแนวกรามที่หย่อนคล้อย ให้ดูคมชัดและช่วยให้รูปหน้าช่วงล่าง
- ผู้ที่ผิวลำคอเหี่ยวย่น : ต้องการปรับผิวบริเวณลำคอให้ดูตึงกระชับและลดรอยพับจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ
- ผู้ที่ต้องการใบหน้าเรียวระหง : ต้องการเทคนิค Nefertiti Lift เพื่อดึงยกใบหน้าช่วงล่างและลดปัญหาหน้าดูหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการชะลอวัย : เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยลึกบริเวณลำคอและรักษาความอ่อนเยาว์ของผิวหนังในระยะยาว
- ผู้ที่มีอาการตึงคอ บ่า ไหล่จากการเกร็งกล้ามเนื้อ : ในบางกรณีโบท็อกอาจช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่
ฉีดโบท็อกคอ กี่ยูนิตถึงเห็นผล
การฉีดโบท็อกคอ เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ มักจะใช้ปริมาณยาเฉลี่ยอยู่ที่ 20-50 ยูนิต ต่อการรักษาหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของมัดกล้ามเนื้อและความลึกของริ้วรอยในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะทำการประเมิน เพื่อกระจายตัวยาให้เหมาะสมกับแนวกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งผิวอยู่
ปัจจัยที่ทำให้การฉีดโบท็อกคอจำนวนยูนิตต่างกันในแต่ละคน
ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณ การฉีดโบท็อกคอในแต่ละบุคคลไม่เท่ากันนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปัญหาผิวหนังเฉพาะบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ความแข็งแรงของมัดกล้ามเนื้อ : ผู้ที่มีกล้ามเนื้อคอ ขนาดใหญ่หรือใช้งานหนักจนเป็นเส้นปูดชัดเจน จะต้องใช้ปริมาณยูนิตที่เยอะขึ้นเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว
- ความลึกของริ้วรอย : รอยพับที่ฝังลึกสะสมมานาน มักต้องใช้ตัวยามากกว่าริ้วรอยจาง ๆ เพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้ตามต้องการ
- พื้นที่ในการรักษา : ขนาดของลำคอและความกว้างของบริเวณที่มีปัญหา หากต้องการยกกระชับไปถึงแนวกราม ก็จะต้องเพิ่มจำนวนยูนิตตามไปด้วย
- อายุและสภาพผิว : ผู้ที่อายุมากผิวมีความหย่อนคล้อยสูง อาจต้องใช้ปริมาณยาและการวางจุดฉีดที่ซับซ้อนกว่าคนอายุน้อยที่มีความยืดหยุ่นผิวดี
- การตอบสนองต่อตัวยา : ร่างกายของแต่ละคนมีการดื้อยาหรือการดูดซึมที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการพิจารณาปริมาณยูนิตของแพทย์
ฉีดโบท็อกซ์คอ กี่วันเห็นผล
การฉีดโบท็อกคอจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ว่ากล้ามเนื้อเริ่มคลายตัวลงภายใน 3-7 วัน หลังการฉีด แต่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่า ผิวคอดูเรียบเนียนตึงกระชับและริ้วรอยจางลงอย่างเต็มที่ในช่วง 2 สัปดาห์ โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการใช้ชีวิตประจำวัน
ฉีดโบท็อกคอ ยี่ห้อไหนดี
การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม สำหรับการฉีดโบท็อกคอ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยมียี่ห้อยอดนิยมได้แก่
- Allergan : ตัวยาบริสุทธิ์ กระจายตัวแคบ นิยมใช้ในรายที่ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ จากโบท็อกคอ
- Dysport : กระจายตัวได้ดีเป็นวงกว้าง เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อแผ่นใหญ่ที่คอ ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับ
- Xeomin : โดดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์ปราศจากโปรตีนเจือปน ลดโอกาสการเกิดอาการดื้อยา ในการฉีดโบท็อกบริเวณคอระยะยาว
- Nabota : ตัวยามีความบริสุทธิ์ ออกฤทธิ์ค่อนเร็วเร็ว เห็นผลการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยคอได้ดี
- Aestox : ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึงจนเกินไป เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่เริ่มฉีดโบท็อกที่คอ
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกคอ
การเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อกคอ จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำและทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
- งดยาและวิตามิน : หลีกเลี่ยงกลุ่มยาแอสไพริน NSAIDs และวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดแอลกอฮอล์ : หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ
- งดสครับผิว : งดการทำเลเซอร์หรือสครับผิวบริเวณลำคอ 2-3 วัน เพื่อลดโอกาสระคายเคืองของผิวหนัง
- แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรืออยู่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ดูแลร่างกาย : พักผ่อนให้เพียงพอและงดการออกกำลังกายหนัก ที่ทำให้ความดันสูงก่อนมาทำหัตถการ
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกคอ
เพื่อให้ผลลัพธ์การยกกระชับลำคอออกมาถูกใจ และป้องกันการเคลื่อนที่ของตัวยาไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่น การดูแลตนเองหลังฉีดโบท็อกคออย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ ดังนี้
- งดนอนราบ : ในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพื่อป้องกันตัวยากระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ต้องการ
- งดนวดคลึงลำคอ : ห้ามบีบ นวด หรือกดบริเวณเส้นเอ็นลำคอแรง ๆ เพื่อป้องกันตัวยาเคลื่อนที่ไปผิดจุดในช่วงแรก
- เลี่ยงเสื้อผ้าคอปีน : งดสวมเสื้อคอเต่าหรือผ้าพันคอที่รัดแน่นจนเกินไปในช่วง 1-2 วันแรกเพื่อลดการเสียดสีระคายเคือง
- งดยืดเหยียดคอ : หลีกเลี่ยงการบริหารกล้ามเนื้อคอหรือสะบัดคอแรง ๆ ทันทีหลังทำ เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ถูกต้องที่สุด
- งดความร้อนสะสม : หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดหรือเป่าไดร์ร้อนลงบนผิวลำคอโดยตรงในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ
- ระวังท่านอน : งดการนอนราบหรือก้มหน้ากดลำคอเป็นเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงหลังรับบริการเพื่อป้องกันการกระจายตัวยา
ฉีดโบท็อกคอ มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ก่อนตัดสินใจฉีดโบคอ หลายคนมักกังวลเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยทั่วไปอาการมักไม่รุนแรงและหายได้เอง หากทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ได้แก่
- รอยเข็ม รอยช้ำ : มีจุดแดงหรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดโบท็อกคอ มักจางเองภายใน 3-7 วัน
- อาการระคายเคือง : รู้สึกตึงผิวหรือบวมเล็กน้อยช่วงแรกหลังทำ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไป : หากใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสม อาจเมื่อยคอหรือกลืนลำบากชั่วคราว
- หนังตาตก ยิ้มเบี้ยว : พบได้น้อย เกิดจากตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อใกล้เคียง
- อาการดื้อยา : ฉีดโบท็อกบริเวณคอบ่อยเกินจำเป็นหรือใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน
ฉีดโบท็อกคอ ราคาเท่าไหร่
โดยทั่วไป ราคาฉีดโบท็อกคอ จะอยู่ที่ประมาณ 7,000 – 15,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณยาที่ต้องใช้ สภาพกล้ามเนื้อคอ และการประเมินของแพทย์
จำนวน Units ที่ใช้ขึ้นอยู่กับระดับริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของการรักษา การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนทำจะช่วยให้ทราบจำนวนยาที่เหมาะสมและค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกคอ
ฉีดโบท็อกคอ อยู่ได้นานกี่เดือน
โบท็อกคอโดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของตัวยาที่เลือกใช้ ปริมาณยูนิตที่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การก้มหน้าเล่นมือถือนาน ๆ หรือการออกกำลังกายหนักที่อาจทำให้ตัวยาสลายตัวเร็วขึ้นได้
ฉีดโบท็อกคอ ต้องฉีดซ้ำกี่ครั้งต่อปี
เพื่อให้ผลลัพธ์ของผิวคอเรียบเนียนอย่างต่อเนื่อง โบท็อกคอโดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดซ้ำประมาณ 2-3 ครั้งต่อปี
ฉีดโบท็อกคอช่วยลดเหนียงได้จริงหรือไม่
ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้นและลดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อคอ แต่หากมีไขมันเยอะอาจต้องทำสลายไขมันควบคู่กัน
ฉีดโบท็อกคอแล้วคอจะแข็งขยับลำบากไหม
โบท็อกคอแล้วจะไม่ทำให้คอแข็งหรือขยับลำบาก หากใช้ปริมาณยูนิตเหมาะสมและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ หลังฉีดอาจรู้สึกตึง ๆ หรือเมื่อยคอเล็กน้อย ในช่วง 3-7 วันแรก ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
หลังฉีดโบท็อกคอต้องพักฟื้นกี่วัน
ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่อาจมีรอยแดงจากเข็มเล็กน้อยซึ่งหายเองได้
สรุป
การฉีดโบท็อกซ์คอ เป็นวิธีที่ช่วยลดริ้วรอยแนวตั้งและรอยพับแนวนอนได้ดี โดยการคลายกล้ามเนื้อ Platyma ให้ผิวลำคอดูเรียบเนียนและกรอบหน้าคมชัดขึ้น ซึ่งปริมาณยาที่ใช้จะอยู่ระหว่าง 20-50 ยูนิต ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนใน 2 สัปดาห์ และคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน โดยควรเลือกใช้ยาที่บริสุทธิ์และดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธี เพื่อรักษาความอ่อนเยาว์และลำคอที่ระหง


