เทรนด์ผิวหน้ายกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดกำลังมาแรง และ Oligio ก็คือตัวช่วยกู้ผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ ใครที่มีปัญหาแก้มห้อยหรืออยากลดเหนียงให้กรอบหน้าชัด ต้องห้ามพลาดบทความนี้ เพราะเราจะพาไปรู้จักว่าการทำ Oligio คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปหรือไม่ พร้อมเช็กให้ชัวร์ว่าต้องรอนานกี่วันถึงจะเห็นผลลัพธ์ความสวยที่ชัดเจน
Oligio คืออะไร
Oligio คือ เครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (6.78 MHz) ส่งความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อสลายเหนียง กระชับแก้ม และปรับกรอบหน้าให้เรียวชัด พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ โดยให้ความรู้สึกที่เจ็บที่น้อยลงแต่เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจน
Oligio มีหลักการทำงานอย่างไร
กระบวนการทำงานของ Oligio ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวลึกอย่างถูกจุด เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและยกกระชับผิวจากภายในสู่ภายนอก ดังนี้
- ส่งพลังงาน Monopolar RF 6.78 MHz : ปล่อยความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย
- กระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจน : ความร้อนทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและตึงตัวขึ้น ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับหลังทำ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : เร่งสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ เพื่อผิวที่แน่นเฟิร์มและรูขุมขนเล็กลง
- สลายไขมันส่วนเกิน : ลดการสะสมไขมันบริเวณแก้มและเหนียง พร้อมปรับกรอบหน้าให้เรียวชัด
- ระบบความเย็นปลอบประโลมผิว : เทคโนโลยี Cooling ช่วยป้องกันผิวชั้นบนและลดความเจ็บขณะปล่อยพลังงาน
จุดเด่นของ Oligio
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ ที่เน้นแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างตอบโจทย์ จุดเด่นของเครื่องนี้ ได้แก่
- ความเจ็บ : มีระบบ Cooling System และการสั่นเพื่อลดความเจ็บ ทำให้รู้สึกสบายกว่าเทคโนโลยี RF รุ่นเก่า
- ความเร็ว : มีหัวทิปขนาดใหญ่และโหมดการปล่อยพลังงานที่รวดเร็ว ทำให้ใช้เวลาทำไม่นาน
- ผลลัพธ์ : บางจุดสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที และจะชัดเจนในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ
- การพักฟื้น : No Downtime สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังทำ
Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การทำ Oligio สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม โดยเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ดังนี้
- ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย : แก้ปัญหาแก้มห้อยและผิวที่ขาดความยืดหยุ่นให้กลับมาตึงกระชับ
- ปรับกรอบหน้าเรียวชัด : สลายไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงและแนวกรามเพื่อรูปหน้า V-Shape
- ลดเลือนริ้วรอย : จัดการริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าและรอบดวงตาให้จางลง
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว : กระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์ม รูขุมขนเล็กลง และผิวเรียบเนียนขึ้น
- แก้ปัญหาหนังตาตก : ช่วยยกคิ้วและกระชับผิวบริเวณเปลือกตาให้ดวงตาดูสดใสยิ่งขึ้น
Oligio เหมาะกับใครบ้าง
การเลือกใช้เทคโนโลยี Oligio ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์และได้รูปหน้าที่มีมิติ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความกังวลเรื่องผิวพรรณ ดังนี้
- ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย : ต้องการยกกระชับแก้มที่ห้อยและผิวที่เริ่มขาดความตึงกระชับ
- ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสม : ต้องการสลายเหนียงและลดไขมันบริเวณแก้มเพื่อกรอบหน้าชัด
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ : ต้องการลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก หรือร่องแก้มให้จางลง
- ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน : ต้องการผิวที่แน่นละเอียด เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้น
- ผู้ที่กลัวความเจ็บ : ต้องการยกกระชับผิวด้วยวิธีที่สบาย เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้น
Oligio มีกี่รุ่น
ปัจจุบัน Oligio มีทั้งหมด 2 รุ่นหลัก โดยรุ่นล่าสุด มีการพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นและจัดการปัญหาผิวได้ลึกกว่าเดิม ดังนี้
Oligio Standard
เป็นรุ่นมาตรฐานที่ได้รับความนิยม เทคโนโลยี Monopolar RF ยกกระชับผิวและสลายไขมันใต้ผิวหนัง เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์ม รูขุมขนกระชับ และยกกระชับใบหน้าได้เป็นธรรมชาติ
Oligio X
รุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี GXG Dual Mode ซึ่งปล่อยพลังงานได้แรงกว่าเดิม และส่งความร้อนได้ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ช่วยสลายไขมันและยกกระชับได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมระบบทำความเย็นที่ดีกว่าเดิมถึง 2.25 เท่า ทำให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ
Oligio กับ Oligio X ต่างกันอย่างไร
Oligio และ Oligio X ต่างกันที่ความแรงและความลึกของพลังงาน โดยรุ่น Oligio X เป็นรุ่นอัปเกรดที่ใช้เทคโนโลยี GXG Dual Mode ให้พลังงานสูงถึง 400W ซึ่งแรงกว่ารุ่นเดิมและส่งความร้อนได้ลึกถึงชั้น SMAS จึงช่วยสลายไขมันแก้มและเหนียงได้ชัดเจนกว่า พร้อมระบบ Cooling ที่เย็นกว่าเดิม 2.25 เท่า ทำให้ทำได้สบายผิวและเห็นผลลัพธ์รวดเร็วยิ่งขึ้น
Oligio ราคาเท่าไหร่
ราคาของ Oligio และ Oligio X จะแตกต่างกันไปตามจำนวนช็อต (Shots) ที่ใช้และราคาอาจแตกต่างกันไปตามโปรโมชั่น ดังนี้
ราคา Oligio Standard
- 150-300 Shots : ประมาณ 8,900-15,900 บาท เหมาะสำหรับ เหนียง หรือกระตุ้นคอลลาเจนเบา ๆ ทั่วหน้า
- 600 Shots : ประมาณ 24,000-29,000 บาท เหมาะสำหรับยกกระชับทั่วใบหน้าและเก็บกรอบหน้า
- 900 Shots : ประมาณ 35,000 บาท เหมาะสำหรับยกกระชับทั่วใบหน้าและลำคอ
ราคา Oligio X
- 300 Shots : เริ่มต้นประมาณ 16,000-18,500 บาท
- 600 Shots : เริ่มต้นประมาณ 33,000-44,000 บาท
รีวิว Oligio จากผู้ใช้บริการจริง
Oligio กี่วันถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
การทำ Oligio จะให้ผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ตามกระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2-3 เดือน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่หลังทำ 3-6 เดือนขึ้นไป อยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ดังนี้
- ทันทีหลังทำ : ผิวดูยกกระชับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวจากความร้อน
- 7-14 วันแรก : ผิวจะเริ่มดูฟูขึ้น รูขุมขนกระชับ และแต่งหน้าติดทนขึ้นเนื่องจากผิวได้รับการฟื้นฟู
- 1-2 เดือน : เริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น กรอบหน้าเรียวและผิวแน่นเฟิร์มจากการสร้างคอลลาเจนใหม่
- 3 เดือน : เป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ผิวจะตึงกระชับและริ้วรอยจางลงอย่างเต็มที่
การเตรียมตัวก่อนทำ Oligio
เพื่อให้การส่งพลังงานความร้อน ลงสู่ชั้นผิวมีประสิทธิภาพและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง การเตรียมความพร้อมของผิวเนื้อก่อนทำ Oligio มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
- งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว : หลีกเลี่ยงการใช้ Retinol AHA BHA หรือการสครับหน้าอย่างน้อย 3-7 วัน
- เลี่ยงแสงแดดจัด : พยายามไม่ตากแดดแรงหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งก่อนทำ เพื่อป้องกันผิวอักเสบหรือเบิร์นง่าย
- งดหัตถการบางประเภท : ควรเว้นระยะจากการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
- แจ้งประวัติสุขภาพ : บอกข้อมูลการแพ้ยา การฝังอุปกรณ์โลหะ หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น : ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้เซลล์ผิวพร้อมรับพลังงานได้ดี
ขั้นตอนการทำ Oligio
การเข้ารับบริการ Oligio มีกระบวนการที่ค่อนข้างรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก โดยเน้นความสบายของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก ดังนี้
- ปรึกษาแพทย์ : แพทย์ประเมินสภาพผิว ปัญหาความหย่อนคล้อย และจำนวนช็อตที่เหมาะสม
- เตรียมผิว : ทำความสะอาดใบหน้าเพื่อขจัดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก
- ทาเจลนำพลังงาน : ทาเจลเย็นบริเวณที่จะทำ เพื่อช่วยให้หัวทิปเคลื่อนที่ได้ลื่นและส่งพลังงานได้ถูกจุด
- เริ่มทำหัตถการ : แพทย์ใช้เครื่องปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ผิว โดยผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่นสลับเย็นไปทั่วใบหน้า
- บำรุงหลังทำ : เช็ดทำความสะอาดเจลออก ควรทาครีมบำรุงและครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวทันที
การดูแลหลังทำ Oligio
เพื่อให้ผลลัพธ์ Oligio คงอยู่ได้นานขึ้น และช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติดังนี้
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น : เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อฟื้นฟูผิวและดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
- เลี่ยงความร้อนสะสม : งดการเข้าซาวน่า อาบน้ำร้อนจัด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งแดดแรงประมาณ 1 สัปดาห์
- ป้องกันแสงแดด : ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวที่กำลังฟื้นฟู
- งดสครับหรือผลัดเซลล์ผิว : หลีกเลี่ยงการใช้ AHA BHA หรือเรตินอลประมาณ 3-5 วัน
- สังเกตอาการปกติ : หากมีรอยแดงเล็กน้อยจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ปกติทันที
Oligio มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
แม้ Oligio จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความอ่อนโยนต่อผิว แต่หลังทำอาจพบอาการชั่วคราวบางประการที่สามารถหายได้เอง ดังนี้
- รอยแดงชั่วคราว : ผิวบริเวณที่ทำอาจมีสีอมชมพูหรือแดงระเรื่อจากการได้รับความร้อน ซึ่งจะจางลงเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
- อาการบวมเล็กน้อย : บางรายอาจรู้สึกผิวตึงหรือบวมเล็กน้อย คล้ายเพิ่งทำทรีตเมนต์ร้อน ซึ่งจะดีขึ้นเองภายใน 24 ชั่วโมง
- ความรู้สึกระบมใต้ผิว : อาจรู้สึกตึงหรือระบมเบา ๆ เมื่อสัมผัสผิวในวันแรก ๆ เนื่องจากมีการกระตุ้นเนื้อเยื่อชั้นลึก
- ผิวแห้งหรือลอก : ในบางกรณีที่ผิวบอบบางอาจมีความรู้สึกแห้งกว่าปกติในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio
ทำ Oligio เจ็บไหม รู้สึกอย่างไรระหว่างการทำ
ตอนทำ Oligio จะรู้สึกอุ่น ๆ จนไปถึงร้อนบริเวณใบหน้า เจ็บน้อยมากเนื่องจากมีระบบ Intelligent Cooling สเปรย์ความเย็นช่วยปกป้องผิวและโหมดสั่นที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะปล่อยพลังงาน
Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร
ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เหมือนกัน แต่ Oligio ออกแบบมาให้เจ็บน้อยกว่า ใช้เวลาทำเร็วกว่า และมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าในขณะที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน
Oligio ต่างจาก Ultraformer III อย่างไร
Oligio ใช้คลื่น Monopolar RF เน้นผิวชั้นลึกและไขมัน ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ Ultraformer III ใช้คลื่น Ultrasound ลงถึงชั้น SMAS เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยมาก
Oligio ต่างจาก Ulthera SPT อย่างไร
Oligio เน้นผิวและไขมันใต้ผิว ให้ผิวแน่น เต่งตึง Ulthera SPT ยิงถึงชั้น SMAS ช่วยยกกรอบหน้าโดยไม่ผ่าตัด
Oligio ต่างจาก Thermage FLX อย่างไร
ทั้งสองใช้คลื่น Monopolar RF เหมือนกัน แต่แตกต่างดังนี้ Oligio ใช้เวลาทำน้อยกว่า (ประมาณ 20–30 นาที) มีระบบลดเจ็บและความเย็นดีกว่า Thermage FLX ใช้เวลานานกว่า และอาจรู้สึกแสบร้อนมากกว่า
ทำ Oligio แล้วหน้าจะบวมไหม
อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยแดงระเรื่อหลังทำเสร็จทันที แต่อาการเหล่านี้จะจางหายไปเองภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง
ระยะเวลาในการทำ Oligio
ระยะเวลาในการทำเครื่อง Oligio ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำ Oligio
สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20-25 ปีขึ้นไปเพื่อป้องกันความหย่อนคล้อย หรือทำเมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่าผิวเริ่มไม่กระชับและรูขุมขนกว้างขึ้น
ควรทำ Oligio กี่ช็อตถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โดยทั่วไปสำหรับทั่วใบหน้าจะใช้ประมาณ 600 ช็อต หากต้องการเน้นบริเวณเหนียงหรือลำคอด้วยอาจเพิ่มเป็น 900 ช็อต โดยผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน
สรุป
การทำ Oligio สามารถช่วยลดเหนียงได้จริง ด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF ที่ส่งความร้อนลงลึกเพื่อสลายไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณใต้คางและลำคอ พร้อมกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัวและตึงกระชับขึ้นทันทีหลังทำ ส่งผลให้กรอบหน้าดูคมชัด ผิวใต้คางเรียบเนียน และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด





