Morpheus Pro เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ช่วยทั้งยกกระชับผิวและลดไขมันในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั้งบริเวณใบหน้าและผิวกาย โดยสามารถดูแลได้ลึกถึงโครงสร้างผิว บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Morpheus Pro ให้มากขึ้น ทั้งหลักการทำงาน ตารางเปรียบเทียบกับเครื่องอื่น ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน รวมถึงวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Morpheus Pro คืออะไร
Morpheus Pro คือเทคโนโลยีที่รวมพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) เข้ากับหัวเข็มขนาดเล็ก เพื่อส่งความร้อนลงลึกได้ถึงชั้นไขมันและชั้น SMAS ช่วยลดไขมันส่วนเกินพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับและเรียบเนียนขึ้น
หลักการทำงานของ Morpheus Pro
Morpheus Pro คือการใช้เทคโนโลยี Fractional RF Microneedling ที่ผสมผสานการใช้เข็มขนาดเล็กและพลังงานคลื่นวิทยุเข้าด้วยกันเพื่อฟื้นฟูผิว ซึ่งมีหลักการทำงานดังนี้
- เทคโนโลยี SARD : เป็นเทคโนโลยีที่สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อทำการจัดเรียงโครงสร้างไขมันใหม่ ช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยตึงกระชับขึ้นและลดไขมันส่วนเกินในคราวเดียวกัน
- การส่งพลังงานแบบ Fractional RF : ตัวเครื่อง Morpheus Pro จะปล่อยพลังงานความร้อนผ่านหัวเข็มขนาดเล็กเคลือบทองคำ (Gold-plated needles) เข้าสู่ชั้นผิวโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้
- ปรับระดับความลึกได้ตามปัญหา : ใบหน้าปรับความลึกได้สูงสุด 4 มิลลิเมตรเพื่อยกกระชับชั้น SMAS และกระชับรูขุมขน ส่วนผิวกายปรับความลึกได้สูงสุดถึง 7 มิลลิเมตร เพื่อสลายเซลลูไลท์และลดรอยแตกลาย
- กระบวนการ Wound Healing Response : การที่เข็มขนาดเล็กสะกิดผิวจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน หลุมสิวตื้นขึ้นและริ้วรอยจางลง
เปรียบเทียบ Morpheus Pro กับเครื่องอื่น ๆ
การเลือกเทคโนโลยีงานผิวควรเริ่มจากความเข้าใจว่าปัญหาผิวของคุณอยู่ที่ชั้นไหน เพราะเครื่องยกกระชับแต่ละชนิดมีกลไกการส่งพลังงานและจุดประสงค์ในการกระตุ้นคอลลาเจนที่แตกต่างกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Morpheus Pro | Thermage FLX | Ulthera |
|---|---|---|---|
| ความลึกสูงสุด | 7 มม. หน้าและตัว | 4.3 มม. ชั้นไขมัน | 4.5 มม. ชั้น SMAS |
| จุดเด่นที่สุด | ลดไขมันและผิวเรียบเนียน | ผิวแน่น กระชับรูขุมขน | ยกหน้าชัด เก็บกรอบหน้า |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ช่วยหลุมสิว รอยแตกลาย | ช่วยให้ผิวเนียนละเอียด | ไม่ค่อยเน้นเรื่องงานผิวชั้นนอก |
| ระดับความเจ็บ | ปานกลางถึงมาก (ต้องใช้ยา) | ปานกลาง (มีความร้อนนิด ๆ) | น้อย |
| เหมาะกับใคร | คนมีแก้ม เหนียง ผิวไม่เรียบ | คนผิวเริ่มคล้อย ผิวบาง | คนต้องการเก็บกรอบหน้าให้คมกระชับ |
Morpheus Pro สามารทำบริเวณไหนของร่างกายได้บ้าง
ด้วยความที่ Morpheus Pro สามารถปรับระดับความลึกของพลังงานได้หลากหลาย จึงเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและลดไขมันสะสมได้ครอบคลุมทั่วเรือนร่าง ดังนี้
- ใบหน้าและรอบดวงตา : ช่วยยกกระชับกรอบหน้า เก็บเหนียง ลดริ้วรอยรอบดวงตาและแก้ปัญหาหลุมสิวให้ผิวเรียบเนียน
- ลำคอและเนินอก : จัดการปัญหาผิวเหี่ยวย่นและรอยพับบริเวณลำคอให้กลับมาตึงกระชับดูอ่อนเยาว์
- หน้าท้อง : นิยมใช้แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังคลอดบุตรหรือผิวไม่กระชับหลังลดน้ำหนัก พร้อมช่วยลดรอยแตกลาย
- ต้นแขนและต้นขา : ช่วยสลายเซลลูไลท์และกระชับผิวส่วนเกินที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเฟิร์มกระชับ
- บั้นท้ายและสะโพก : รักษารอยแตกลายและปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม สม่ำเสมอ ลดปัญหาผิวขรุขระตามร่างกาย
- หัวเข่าและข้อศอก : แก้ไขผิวที่เหี่ยวย่นสะสมบริเวณข้อต่อที่มักดูแลยาก ให้ผิวกลับมาตึงและเรียบเนียนขึ้น
Morpheus Pro เหมาะกับใคร
Morpheus Pro เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและไขมันสะสม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับระดับลึกถึงชั้นไขมันโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม โดยเหมาะกับบุคคลดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัด : ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอให้ดูเฟิร์ม พร้อมปรับรูปหน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง : ช่วยลดไขมันส่วนเกินพร้อมจัดเรียงโครงสร้างชั้นไขมันใหม่ ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงและผิวเต่งตึงขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียนหรือหลุมสิว : Morpheus Pro ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อเติมเต็มหลุมสิว กระชับรูขุมขน และลดเลือนริ้วรอยร่องลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้ที่มีรอยแตกลายหรือผิวหย่อนคล้อยตามตัว : เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดหรือผู้ที่ลดน้ำหนักแล้วผิวไม่กระชับบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
Morpheus Pro ไม่เหมาะกับใคร
การเข้ารับบริการ Morpheus Pro จำเป็นต้องมีการคัดกรองประวัติสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงในกลุ่มบุคคลที่มีสภาวะร่างกายไม่พร้อมต่อการรับพลังงานความร้อน
- สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร : เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ เนื่องจากในช่วงนี้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบต่าง ๆ ค่อนข้างสูง
- ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือโลหะในร่างกาย : เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจบริเวณที่จะทำ Morpheus Pro เพราะพลังงานคลื่นวิทยุอาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ได้
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลสดบริเวณผิวหนัง : รวมถึงสิวอักเสบรุนแรงหรือผื่นแพ้ในจุดที่ต้องการทำ ควรรักษาให้หายดีก่อนรับบริการ
- ผู้ที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นนูน : เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดผิว ผู้ที่ผิวเกิดแผลเป็นง่ายควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการหายของแผล : เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ หรือโรคในระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผลลัพธ์ Morpheus Pro อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์ของ Morpheus Pro โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน โดยกระบวนการฟื้นฟูผิวจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วงประมาณ 3 เดือนแรกหลังจากทำ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมา
การเตรียมตัวก่อนทำ Morpheus Pro
เพื่อให้ผิวของคุณพร้อมรับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่และลดโอกาสระคายเคือง การเตรียมตัวก่อนทำ Morpheus Pro อย่างถูกวิธีจะช่วยให้พลังงานส่งลงลึกได้โดยลดโอกาสเสี่ยงผิวระคายเคือง
- งดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก : เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากโสม หรือใบแปะก๊วย อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนรับบริการ
- หลีกเลี่ยงการผลัดเซลล์ผิว : งดการใช้สกินแคร์กลุ่ม Retinol AHA BHA หรือการสครับผิวอย่างน้อยประมาณ 3-5 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวบางหรือระคายเคืองง่ายเกินไป
- เลี่ยงแสงแดดจัด : พยายามหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการอาบแดดล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้สภาพผิวแข็งแรงและไม่เกิดการอักเสบสะสมก่อนทำ
- แจ้งประวัติสุขภาพและอาการแพ้ : หากมีโรคประจำตัว มีประวัติเป็นเริมในบริเวณที่จะทำหรือเคยมีประวัติแพ้ยาชา ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบอย่างละเอียดล่วงหน้า
- งดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ : อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูผิวและซ่อมแซมแผลขนาดเล็กได้
วิธีดูแลหลังทำ Morpheus Pro
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังทำ Morpheus Pro จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น พร้อมลดโอกาสเกิดการระคายเคือง ซึ่งมีวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นดังนี้
- งดล้างหน้าและงดโดนน้ำ 24 ชั่วโมงแรก : เพื่อป้องกันการติดเชื้อผ่านรอยเข็มขนาดเล็กและปล่อยให้ผิวเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่
- ห้ามแกะหรือเกาสะเก็ดแผล : หลังทำอาจมีสะเก็ดเล็ก ๆ คล้ายตาราง ซึ่งจะหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติภายใน 3-7 วัน การแกะอาจทำให้เกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้
- เน้นบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน : ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว เพื่อลดอาการแห้งตึงและรอยแดงหลังทำ Morpheus Pro
- เลี่ยงแสงแดดจัดและทากันแดดสม่ำเสมอ : ควรปกป้องผิวจากรังสียูวีอย่างเคร่งครัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และเลือกใช้กันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไป
- งดสกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว : หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, Vitamin C หรือ Retinol อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมหนัก : งดการเข้าซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 2-3 วันแรกหลังการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Morpheus Pro
การทำ Morpheus Pro เจ็บไหม
ความรู้สึกระหว่างทำ Morpheus Pro อยู่ในระดับที่ทนได้เนื่องจากมีการแปะยาชาเพื่อช่วยลดความเจ็บอย่างเหมาะสม
หลังทำ Morpheus Pro กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผล
คุณจะเริ่มเห็นผิวที่กระชับขึ้นหลังทำ Morpheus Pro ประมาณ 4 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วงประมาณ 3 เดือน
ควรทำ Morpheus Pro บ่อยแค่ไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
แนะนำให้ทำ Morpheus Pro ต่อเนื่องประมาณ 1-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
สามารถทำ Morpheus Pro ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
สามารถทำ Morpheus Pro ร่วมกับหัตถการอื่นได้แต่ควรเว้นระยะเวลาให้ผิวฟื้นฟูตามคำแนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ลดโอกาสผิวระคายเคือง
หลังทำ Morpheus Pro สามารถแต่งหน้าได้ทันทีไหม
ควรพักผิวและงดการแต่งหน้าหลังจากทำ Morpheus Pro อย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อให้รอยเข็มขนาดเล็กปิดสนิทก่อน
สรุป
Morpheus Pro เป็นเทคโนโลยีกระตุ้นคอลลาเจนระดับลึกที่รวมพลังงาน RF เข้ากับ Microneedling เพื่อลดไขมันและกระตุ้นคอลลาเจนได้ถึงชั้น SMAS ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและรอยแตกลายทั่วเรือนร่าง โดยให้ผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียนและตึงกระชับยาวนานประมาณ 12-18 เดือน ถือเป็นทางเลือกตอบโจทย์การปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องศัลยกรรม


