Plasma Acne เป็นหนึ่งในตัวช่วยรักษาสิวที่ถูกพูดถึง ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ก็มาจากความท้อใจของคนเป็นสิว ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด เดี๋ยวสิวยุบตรงนี้ก็ไปขึ้นตรงนั้น วนเวียนเป็นวงจรสิวซ้ำซากไม่จบสิ้น และเมื่อการทายาหรือกินยาแบบเดิม ๆ เริ่มไม่ใช่คำตอบ การทำเลเซอร์จึงกลายเป็นอีกทางเลือก วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Plasma Acne ให้มากขึ้นว่ามีการทำงานอย่างไร และทำไมถึงกลายเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์คนที่มีปัญหาสิวในตอนนี้
Plasma Acne คืออะไร
Plasma Acne คือ หัตถการรักษาสิว ซึ่งใช้พลังงานพลาสมาในระดับอุณหภูมิต่ำ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว พร้อมช่วยลดการอักเสบและควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง พร้อมกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ส่งผลให้รอยแดงจากสิวดูจางลง
Plasma Acne ทำงานอย่างไร
Plasma Acne ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงานพลาสมา เข้าสู่ชั้นผิวเพื่อปรับสมดุลและฟื้นฟูสภาพผิวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลไกการทำงานที่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาสิวจากต้นเหตุ และดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว ดังนี้
- กำจัดเชื้อแบคทีเรีย : ปล่อยพลังงานพลาสมาเข้าทำลายผนังเซลล์ของเชื้อ C. acnes ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบโดยตรง
- ลดการอักเสบและรอยแดง : ยับยั้งกระบวนการอักเสบในชั้นผิว ช่วยให้สิวที่บวมแดงยุบตัวเร็วขึ้นและปลอบประโลมผิวบริเวณที่ระคายเคือง
- ควบคุมความมัน : ปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันส่วนเกินน้อยลง พร้อมผลัดเซลล์ผิวที่อุดตันรูขุมขนอย่างอ่อนโยน
- เพิ่มการดูดซึมตัวยา : เปิดช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวชั่วคราว ช่วยให้ตัวยารักษาสิวหรือเซรั่มบำรุงซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3 ขั้นตอนของ Plasma Acne ในการรักษาสิว
Plasma Acne ผสานสองเทคโนโลยีเพื่อการดูแลปัญหาสิว โดยเน้นแก้ไขที่ต้นเหตุควบคู่ไปกับการฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้แข็งแรงอย่างอ่อนโยน ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : ลดการอักเสบและฆ่าเชื้อสิวด้วย Plasma
ส่งผ่านพลังงานพลาสมาอุณหภูมิต่ำเข้าสู่ผิว เพื่อทำลายผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวโดยตรง พร้อมทั้งช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมันเพื่อควบคุมความมันส่วนเกิน และปลอบประโลมผิวบริเวณที่อักเสบให้ยุบตัวลงอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง
ขั้นตอนที่ 2 : Mask Gel เพิ่มความชุ่มชื้น
หลังทำ Plasma จะมีการมาสก์ด้วยเจลสูตรเฉพาะ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวที่อาจระคายเคืองเล็กน้อย เนื้อเจลช่วยลดความร้อนสะสมบนผิว ลดรอยแดง และปรับสมดุลผิวให้กลับมาสบายขึ้น พร้อมเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนการฟื้นฟูด้วยแสง LED ในลำดับถัดไป
ขั้นตอนที่ 3 : ฟื้นฟูและบำบัดผิวด้วยแสง LED
การใช้พลังงานแสงบำบัด เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว โดยแสงแต่ละสีจะทำหน้าที่ควบคู่กันในการลดรอยแดงสิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเสริมสร้างปราการผิวให้แข็งแรงขึ้นจากภายใน ซึ่งแสงสีฟ้าจะทำหน้าที่กำจัดเชื้อ C. acnes ที่อาจตกค้างอยู่บริเวณผิวชั้นบน ขณะที่แสงสีแดง จะส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นผิว
Plasma Acne รักษาสิวประเภทไหนได้บ้าง
การรักษาสิวด้วย Plasma Acne มีจุดเด่นในการจัดการกับเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ จึงครอบคลุมกับปัญหาสิวหลากหลายประเภท โดยเฉพาะกลุ่มสิวที่มีการติดเชื้อและอักเสบ ดังนี้
- สิวอักเสบ : ช่วยลดการบวมแดงและทำให้สิวที่กำลังอักเสบยุบตัวลงได้ดีขึ้น
- สิวตุ่มหนอง : ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของหนอง ลดการแพร่กระจายของเชื้อ
- สิวอุดตัน : ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและลดความมันส่วนเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน
- สิวผด : ปรับสมดุลผิวและลดการระคายเคือง ช่วยให้ผดผื่นขนาดเล็กดูเรียบเนียนขึ้น
- สิวเรื้อรังหรือสิวในผู้ใหญ่ : ลดปัญหาสิวซ้ำซาก เนื่องจากช่วยปรับสภาพผิวให้ไม่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อสิว
Plasma Acne เหมาะกับใคร
เทคโนโลยี Plasma Acne เป็นนวัตกรรมการดูแลผิวที่ใช้พลังงานพลาสมาในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและฟื้นฟูสภาพผิวจากต้นเหตุ โดยถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาปัญหาสิวอย่างตรงจุดและปลอดภัยต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
- ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบและสิวตุ่มหนอง
- ผู้ที่ต้องการลดการอักเสบของสิว
- ผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรังหรือสิวผด
- ผู้ที่มีผิวมันและรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ดื้อยารักษาสิวหรือผิวแพ้ง่าย
- ผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานยาปฏิชีวนะ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรอยแดงจากสิว
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องการเจ็บน้อย ไม่เกิดบาดแผล
Plasma Acne ไม่เหมาะกับใคร
เนื่องจาก Plasma Acne เป็นการใช้พลังงานพลาสมาที่มีปฏิสัมพันธ์กับระบบประจุไฟฟ้าและอุณหภูมิ จึงมีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น
- ผู้ที่ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่มีแผลสดหรือแผลเปิดในบริเวณที่ต้องการทำหัตถการ
- ผู้ที่มีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง เช่น เริม
- ผู้ที่มีประวัติแพ้แสงหรือแพ้พลังงานความร้อน
- ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการรุนแรง
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนัง หรือมีติ่งเนื้อ ไฝ
หลังทำ Plasma Acne มีผลข้างเคียงไหม
การทำ Plasma Acne เป็นหัตถการที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ และส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามผู้รับบริการอาจพบอาการตอบสนองของผิวในลักษณะชั่วคราว ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาที่พบบ่อยของกระบวนการทำหัตถการ เช่น
- รอยแดงชั่วคราว : ผิวอาจมีอาการแดงระเรื่อและจะหายไปเองประมาณ 1-2 ชั่วโมง
- ความรู้สึกอุ่นหรือยิบยับ : อาจรู้สึกอุ่นใต้ผิวหนังเล็กน้อยขณะทำและหลังทำ
- ผิวแห้งลอกเป็นขุย : อาจมีอาการผิวแห้งหรือลอกเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก
- กลิ่นโอโซนอ่อน ๆ : อาจได้กลิ่นคล้ายกลิ่นไหม้จาง ๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของ Plasma Acne
เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ Plasma Acne
เพื่อลดความเสี่ยงในการระคายเคืองและส่งเสริมประสิทธิภาพของ Plasma Acne ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อผลลัพธ์การดูแลผิวที่สมบูรณ์และลดความเสี่ยง ดังนี้
- แจ้งประวัติสุขภาพ : หากมีโรคประจำตัวหรือติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
- งดผลัดเซลล์ผิว : หยุดใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Retinol AHA BHA หรือการสครับหน้า 3-5 วันก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงแดดจัด : งดกิจกรรมกลางแจ้งหรือการอาบแดดประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันผิวอักเสบสะสม
- เว้นระยะห่างหัตถการอื่น : งดการเลเซอร์แบบมีแผลหรือการลอกหน้าด้วยสารเคมีอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ทำความสะอาดผิว : ล้างเครื่องสำอางและทำความสะอาดผิวให้หมดจด ก่อนเข้ารับบริการเพื่อให้พลังงานได้เต็มที่
หลังทำ Plasma Acne ดูแลตัวเองอย่างไรดี
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังทำ Plasma Acne จะช่วยส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวให้มีประสิทธิภาพและคงผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น โดยมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
- งดล้างหน้าชั่วคราว : ควรเว้นการล้างหน้าประมาณ 4-6 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อให้สารบำรุงซึมซาบสู่ผิวได้อย่างเต็มที่
- เติมความชุ่มชื้น : เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน เพื่อลดอาการผิวแห้งและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว
- ทาครีมกันแดด : ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดเป็นประจำ เนื่องจากสภาพผิวอาจไวต่อแสงแดดมากขึ้นในช่วงแรก
- ไม่แกะเกาผิว : หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแกะบริเวณที่สิวอุดตันหลุดออกมา เพื่อป้องกันการอักเสบซ้ำซ้อน
- งดสารสกัดเข้มข้น : เว้นการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Retinol AHA หรือ BHA ต่อไปอีกประมาณ 3-5 วัน
Plasma Acne ราคาเท่าไหร่
อัตราค่าบริการสำหรับการทำ Plasma Acne โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,500 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ราคาอาจมีความแตกต่างกันตามมาตรฐานของสถานพยาบาล เทคโนโลยีที่เลือกใช้ และโปรโมชันในช่วงเวลานั้น ๆ
หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Plasma Acne
ทำ Plasma Acne เจ็บไหม
ระหว่างเข้ารับบริการผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่นเพียงเล็กน้อย และอาจมีอาการยิบยับในบางจุด ซึ่งจัดเป็นหัตถการที่มีระดับความเจ็บค่อนข้างน้อย
Plasma Acne ต้องพักหน้าไหม
เทคโนโลยีนี้ไม่ก่อให้เกิดบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น ผิวอาจมีรอยแดงระเรื่อชั่วคราว ซึ่งจะหายเป็นปกติภายในเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยต้องดูแลผิวอย่างเหมาะสม
Plasma Acne ต้องทำบ่อยแค่ไหน
เพื่อผลลัพธ์ในการควบคุมเชื้อสิวที่มีประสิทธิภาพ แนะนำให้เข้ารับบริการต่อเนื่องทุก 1-2 สัปดาห์ ตามการประเมินสภาพผิวโดยละเอียดของผู้ให้บริการ
หลังทำ Plasma Acne แต่งหน้าได้ไหม
ผู้รับบริการสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยแนะนำให้เว้นระยะหลังทำประมาณ 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้ผิวฟื้นฟูอย่างเต็มที่
ทำ Plasma Acne ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ภายใต้การดูแลของผู้ให้บริการ โดยพลังงานจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการดูดซึมสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น แต่ควรเว้นระยะของหัตถการเลเซอร์ตามความเหมาะสม
สรุป
Plasma Acne เป็นหัตถการในการแก้ไขปัญหาสิว ด้วยพลังงานพลาสมาอุณหภูมิต่ำที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบโดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผล ผสานการทำงานร่วมกับแสงบำบัดเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวและควบคุมความมันส่วนเกินอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวในระยะยาว ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรังที่ต้องการผลลัพธ์การรักษาที่ดี และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน



