Oligio X คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูแน่น กระชับ และกรอบหน้าชัดขึ้น หลายคนจึงสนใจว่า Oligio X เหมาะกับใคร และควรทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผลชัดเจน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการทำงานของ OligioX ผลลัพธ์ที่คาดหวัง จำนวนช็อตที่เหมาะสม ไปจนถึงคำแนะนำก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้คุณประเมินได้ว่าหัตถการนี้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเองหรือไม่
Oligio X คืออะไร
Oligio X คือ เครื่องยกกระชับที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่อง Oligio เดิม โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF เพื่อส่งผ่านความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับและเรียบเนียนขึ้น
Oligio X มีหลักการทำงานอย่างไร
การทำงานของ Oligio X เป็นการส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายในสู่ภายนอก ดังนี้
- คลื่นวิทยุความถี่สูง 6.78 MHz : ส่งพลังงานแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ลงลึกถึงชั้นผิวหนัง
- การสร้างความร้อนสะสม : กระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัว ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้น
- การกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ : ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้ผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ระบบปล่อยพลังงานอัจฉริยะ : ใช้โหมด G-Mode และ X-Mode เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานโดยไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ
- ระบบทำความเย็นปกป้องผิว : พ่นสเปรย์ความเย็นพร้อมเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อความลดความเสี่ยงขณะทำ
Oligio X มีจุดเด่นอย่างไร
ยกระดับการฟื้นฟูผิวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Oligio X ที่รวมเทคโนโลยีการยกกระชับและสลายไขมันไว้ด้วยกัน ดังนี้
- เย็น : ระบบทำความเย็นอัจฉริยะควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ ช่วยปกป้องผิวและมอบความสบาย
- ยก : เทคโนโลยี GXG Dual Mode กระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก ช่วยดึงกระชับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์
- ยุบ : สลายไขมันส่วนเกินด้วย Monopolar RF เข้มข้น ช่วยจัดการปัญหาแก้มเหนียงและปรับกรอบหน้าให้ชัด
- นาน : ผลลัพธ์คงความอ่อนเยาว์ได้ยาวนาน ช่วยให้ผิวตึงกระชับได้นาน 8-12 เดือน
- การประมวลผลอัจฉริยะ : OligioX วิเคราะห์ความต้านทานผิวเพื่อปล่อยพลังงานที่เหมาะสม ทำให้ใช้เวลาในการรักษาสั้นลง
- หัว Tip 3 รูปแบบ : ครอบคลุมการดูแลทั้งบริเวณใบหน้า รอบดวงตา และผิวกาย
Oligio X มีกี่โหมด
Oligio X มาพร้อมกับระบบการทำงานอัจฉริยะ ที่มีการพัฒนาโหมดการส่งพลังงานออกมาเพื่อตอบโจทย์การรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้
- G Mode (Heating Mode) : เน้นการสะสมความร้อนลึกใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิว
- X Mode (Intensive Mode) : ปล่อยพลังงานเข้มข้นในระยะเวลาที่สั้นลง ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและเพิ่มความสบายขณะทำ
- GXG Mode : โหมดผสมผสานที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาและช่วยประหยัดเวลาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Oligio X ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
การทำโปรแกรม Oligio X สามารถฟื้นฟูผิวและแก้ไขปัญหาความร่วงโรยได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะเรื่องของความหย่อนคล้อยและการขาดความยืดหยุ่นของผิว ได้แก่
- ยกกระชับใบหน้า : แก้ไขปัญหาแก้มห้อย ผิวหย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้ดูเรียว V-Shape
- ลดเลือนริ้วรอย : เติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และมุมปากให้ดูจางลง
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวแน่นอิ่มฟู รูขุมขนกระชับ และเรียบเนียนขึ้น
- สลายไขมันสะสม : จัดการไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียง พร้อมปรับกรอบหน้าให้คมชัดมีมิติ
- ฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตา : ช่วยยกคิ้วและลดความเหี่ยวล่นของผิวบริเวณเปลือกตาให้ดูสดใสขึ้น
ความแตกต่างระหว่าง Oligio X และ Oligio
การพัฒนาจากรุ่นเดิมสู่ Oligio X มาพร้อมกับการอัปเกรดประสิทธิภาพ การส่งพลังงานและความสบายขณะทำ ดังนี้
- ระบบการปล่อยพลังงาน : รุ่นใหม่เพิ่ม X-Mode ที่ยิงแบบ Double Shot ช่วยให้พลังงานเข้มข้นและยกกระชับได้ดีกว่าเดิม
- ประสิทธิภาพความร้อน : สามารถสะสมความร้อนในชั้นผิวได้ลึกและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้การกระตุ้นคอลลาเจนเห็นผลชัดเจนกว่า
- ความสบายขณะทำ : มี G-Mode ที่ปล่อยพลังงานนุ่มนวลขึ้น ช่วยลดความเจ็บและลดความร้อนสะสมส่วนเกินบนผิวชั้นนอก
- ระบบทำความเย็น : OligioX อัปเกรดระบบ Cooling ให้ทำงานได้ละเอียดขึ้น ช่วยปกป้องผิวและทำให้รู้สึกผ่อนคลายตลอดการรักษา
- ความรวดเร็วในการรักษา : ระบบประมวลผลอัจฉริยะ ช่วยให้ปล่อยพลังงานได้ต่อเนื่องและใช้เวลาในการทำสั้นลง
Oligio X เหมาะกับใคร
การทำโปรแกรม Oligio X เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม มีดังนี้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย : คนที่มีปัญหาแก้มห้อย ผิวไม่กระชับ และต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย
- ผู้ที่มีริ้วรอยก่อนวัย : คนที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปากที่ชัดเจนขึ้น
- ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน : คนที่มีปัญหาผิวฝ่อตัว รูขุมขนกว้าง และต้องการให้ผิวเนียนละเอียดอิ่มฟู
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า : คนที่มีปัญหาแก้มเยอะหรือมีเหนียง และต้องการปรับกรอบหน้าให้คมชัด
- ผู้ที่กลัวความเจ็บ : คนที่อยากยกกระชับหน้าแต่กังวลเรื่องความเจ็บหรือไม่อยากพักฟื้นหลังทำ
Oligio X ไม่เหมาะกับใคร
แม้การยกกระชับผิวจะให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ Oligio X อาจไม่เหมาะกับบางกลุ่มบุคคล ได้แก่ ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือเงื่อนไขเฉพาะ ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ : เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) เนื่องจากคลื่นวิทยุจะรบกวนการทำงานของอุปกรณ์
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการในช่วงนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อมารดาและบุตร
- ผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกาย : โดยเฉพาะบริเวณที่จะทำการรักษา เช่น รากเทียมโลหะ หรือเหล็กดัดฟันบางประเภท
- ผู้ที่มีแผลสดหรือติดเชื้อ : บริเวณผิวหนังที่มีอาการอักเสบ สิวรุนแรง หรือแผลสดที่ยังไม่หายสนิท
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด : เช่น โรคพุ่มพวง (SLE) หรือโรคผิวหนังที่ไวต่อความร้อนสะสม
Oligio X บริเวณไหนได้บ้าง
การทำโปรแกรม Oligio X สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อน เพื่อยกกระชับผิวได้ครอบคลุมหลายส่วน ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว โดยการใช้หัว Tip ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ดังนี้
- รอบดวงตา : ยกคิ้ว ลดริ้วรอย และแก้ปัญหาหนังตาตก
- ทั่วใบหน้า : ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยและเติมร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น
- กรอบหน้าและเหนียง : สลายไขมันสะสมใต้คางและปรับรูปหน้าให้คมชัด
- ลำคอ : ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและยกกระชับผิวบริเวณลำคอ
- ผิวกาย : กระชับผิวหน้าท้อง ต้นแขน และหลังมือให้กลับมาเรียบเนียน
Oligio X ต้องทำกี่ช็อตถึงเห็นผลชัดเจน
จำนวนช็อตในการทำ Oligio X เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการรักษาเป็นหลัก โดยแพทย์จะประเมินตามความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล ดังนี้
- บริเวณรอบดวงตา (Eye Tip) : ใช้ประมาณ 100-200 ช็อต เพื่อช่วยยกคิ้ว ลดความเหี่ยวล่นของเปลือกตา และลดริ้วรอยรอบดวงตา
- ทั่วใบหน้า (Face Tip) : ใช้ประมาณ 400-600 ช็อต ช่วยยกกระชับแก้ม ปรับรูปหน้า และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นอิ่มฟู
- ใบหน้าและลำคอ : ใช้ประมาณ 600 – 900 ช็อต สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยลามมาถึงบริเวณเหนียงและลำคอ เพื่อให้กรอบหน้าชัดและคอเรียว
Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ และผลลัพธ์อยู่ได้กี่เดือน
หลังทำ Oligio X จะเห็นผลเล็กน้อยจากการหดตัวของคอลลาเจน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 3 เดือนเมื่อมีการสร้างคอลลาเจนใหม่เต็มที่ โดยผลลัพธ์การยกกระชับจะคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ทำ Oligio X เจ็บไหม
การทำ Oligio X ให้ความรู้สึกอุ่นสบายและเจ็บน้อยกว่ารุ่นเดิมมาก เนื่องจากมีเทคโนโลยี G-Mode ที่ปล่อยพลังงานอย่างอ่อนโยน พร้อมระบบพ่นสเปรย์ความเย็นอัจฉริยะปกป้องผิวตลอดเวลา ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายโดยไม่ต้องพึ่งยาชาในบางกรณี
ก่อนทำ Oligio X ต้องเตรียมตัวอย่างไร
ก่อนเข้ารับบริการ Oligio X ควรเตรียมผิวและร่างกายให้พร้อม เพื่อช่วยให้การรักษาลดความเสี่ยงและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ดังนี้
- งดทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์แรง ๆ หรือผลัดเซลล์ผิว 3–5 วันก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงแดดจัด และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และหัตถการที่เคยทำ
- ในวันทำควรพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio X
หลังทำ Oligio X แม้ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยลดการระคายเคือง และทำให้ผลลัพธ์ยกกระชับอยู่ได้นานขึ้น ดังนี้
- ประคบเย็นเบา ๆ หากมีอาการแดงหรืออุ่นผิวใน 24 ชั่วโมงแรก
- งดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก 1-2 วัน
- หลีกเลี่ยงแดดจัด และทาครีมกันแดด SPF 30+ ขึ้นไปทุกวัน
- งดเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ร้อน 1-2 สัปดาห์
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
- ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
Oligio X ราคาเท่าไหร่
ราคาการทำ Oligio X จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้และโปรโมชันในแต่ละช่วงเวลา โดยราคาเฉลี่ยเริ่มต้น มีดังนี้
- 300 Shots : ราคาประมาณ 14,500 -18,000 บาท เหมาะสำหรับเน้นเฉพาะจุด
- 600 Shot : ราคาประมาณ 25,000-35,000 บาท ยกกระชับทั่วใบหน้าและเหนียง
- 900 Shots : ราคาประมาณ 40,000-50,000 บาท ยกกระชับทั้งใบหน้าและลำคอ
*ราคา OligioX สามารถแตกต่างกันได้ตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ โปรโมชั่น และประสบการณ์ของแพทย์ ควรสอบถามรายละเอียดและประเมินผิวกับคลินิกทุกครั้งก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
รีวิว Oligio X ภาพก่อนและหลังทำ จากผู้ใช้บริการของเรา
ภาพสำหรับใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ทำ Oligio X ที่ไหนดี
การเลือกรับบริการ Oligio X ให้คุ้มค่าและการดูแลให้ปลอดภัยนั้นนั้น จำเป็นต้องพิจารณาจากมาตรฐานของตัวเครื่องรวมถึงเทคนิคเฉพาะของสถานพยาบาล ดังนี้
- ตรวจสอบเครื่องและหัวทิป : คลินิกต้องใช้เครื่อง OligioX ที่นำเข้าถูกต้องและสามารถสแกนเช็ก Serial Number ของหัว Tip ได้จริง
- เทคนิคแพทย์เฉพาะทาง : แพทย์ต้องมีประสบการณ์ในการใช้โหมด G และ X เพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับความหนาของชั้นผิวแต่ละบุคคล
- วิเคราะห์ปัญหาผิวรายบุคคล : มีการประเมินโครงหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการยิงช็อตให้ถูกจุดที่ต้องการยกกระชับ
- มาตรฐานคลินิก : สถานที่ต้องสะอาด ได้รับอนุญาตถูกต้อง และมีอุปกรณ์สนับสนุนกรณีฉุกเฉินที่ครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Oligio X
Oligio X ควรทำบ่อยแค่ไหน
แนะนำให้ทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพความกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างสม่ำเสมอ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ดี
ทำ Oligio X เจ็บไหม ความรู้สึกระหว่างทำเป็นอย่างไร
เจ็บน้อยมากจนส่วนใหญ่ไม่ต้องแปะยาชา เนื่องจากมีระบบ Cooling Intelligent พ่นสเปรย์ความเย็นอัจฉริยะปกป้องผิวตลอดการยิง ทำให้รู้สึกเพียงความอุ่นสบายใต้ผิว
Oligio X ช่วยลดไขมันได้จริงไหม
ช่วยได้ดีในบริเวณไขมันตื้น ๆ เช่น แก้มและเหนียง พลังงานความร้อนจะทำให้เซลล์ไขมันบางส่วนฝ่อตัวลง ส่งผลให้รูปหน้าดูเรียวเล็กและกรอบหน้าคมชัดขึ้น
หลังทำ Oligio X ต้องพักฟื้นนานไหม
ไม่ต้องพักฟื้นเลย หลังทำอาจมีรอยแดงชมพูระเรื่อเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกทำ Oligio X ได้ไหม
ทำได้แต่ควรเว้นระยะห่างหลังฉีดมาแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความร้อนจากเครื่องไปส่งผลต่อตัวยาที่ยังไม่เซตตัวดี
สรุป Oligio X
Oligio X ตอบโจทย์การฟื้นฟูคอลลาเจนและสลายไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงที่มาพร้อมโหมดพลังงานอัจฉริยะ ให้ผลลัพธ์ผิวแน่นอิ่มฟูและกรอบหน้าชัดเจนโดยไม่รู้สึกเจ็บและไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น









