Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร กี่วันเห็นผล มีข้อเสียอะไรบ้าง

หน้าแรก » Skin Booster » Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร กี่วันเห็นผล มีข้อเสียอะไรบ้าง
Profhilo
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Profhilo หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ฟิลเลอร์งานผิว’ เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะเป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี แต่ก่อนจะตัดสินใจจองคิว ลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเจ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ดีจริงไหม มีหลักการทำงานอย่างไร และที่สำคัญคือต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล วันนี้เรารวมคำตอบมาให้แล้ว

Profhilo คืออะไร

Profhilo คือสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น ที่มีคุณสมบัติในการทำ Bio-remodelling ฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยตัวยาจะทำหน้าที่กระจายตัวใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้แก่เนื้อเยื่อผิว ส่งผลให้สภาพผิวโดยรวมดูแน่นกระชับและเรียบเนียนขึ้น โดยเน้นการปรับปรุงคุณภาพผิวในระยะยาวมากกว่าการปรับเปลี่ยนโครงหน้าเพียงอย่างเดียว

หลักการทำงาน Profhilo

Profhilo ทำงานอย่างไร

กลไกการทำงานของ Profhilo อาศัยการทำงานที่เน้นการปรับปรุงคุณภาพผิว ผ่านกระบวนการทางชีวภาพ โดยมีรายละเอียดการทำงานในชั้นผิวที่สำคัญ ดังนี้

  • การกระจายตัวแบบ Hybrid HA : Profhilo ใช้เทคโนโลยี NAHYCO ที่รวมกรดไฮยาลูโรนิกโมเลกุลสูงและต่ำเข้าด้วยกัน ทำให้มีความหนืดต่ำและแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อผิวได้กว้างและสม่ำเสมอ
  • การทำ Bio-remodelling : เมื่อกระจายตัวแล้ว จะทำหน้าที่เป็นสัญญาณทางชีวภาพเข้าไปกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดในชั้นผิว ให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อใหม่จากภายใน
  • กระตุ้น Fibroblasts และ Keratinocytes : Profhilo จะเข้าจับกับตัวรับบนเซลล์เพื่อส่งสัญญาณให้เกิดการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินรวม 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยพยุงผิว
  • ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ไขมัน : ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังให้สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างผิวโดยรวมมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น

Profhilo แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การทำ Profhilo เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลด้านคุณภาพผิว หรือผิวเสื่อมสภาพตามวัย โดยมีขอบเขตในการช่วยบรรเทาปัญหาผิวที่สำคัญ ดังนี้

  • ความแห้งกร้าน : ช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มน้ำจากภายใน
  • ความหย่อนคล้อย : ช่วยกระชับผิวที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยให้ดูแน่นขึ้น
  • ริ้วรอยร่องตื้น : ช่วยปรับให้ริ้วรอยขนาดเล็กดูเรียบเนียนขึ้น
  • คุณภาพผิวเสื่อมสภาพ : ช่วยฟื้นฟูผิวที่ดูฝ่อตัวหรือขาดความสดใสตามวัย
  • ผิวสัมผัสไม่ละเอียด : ช่วยปรับปรุงสภาพผิวโดยรวมให้ดูละเอียดและเรียบเนียนขึ้น

Profhilo ต้องฉีดกี่ครั้ง และกี่วันถึงจะเห็นผล

หลังรับบริการ Profhilo อาจยังไม่สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในทันทีได้ โดยทั่วไปจะเริ่มสัมผัสได้ในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 1 เดือน และสามารถฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผิวทุก ๆ 6-9 เดือน โดยมีระยะเวลาเห็นผลเบื้องต้น ดังนี้

  • หลังฉีดทันที : อาจมีตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะยุบตัวลงเองภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • หลังฉีด 7-14 วันแรก : ผิวจะเริ่มรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น แต่งหน้าติดง่ายขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น
  • หลังฉีด 4 สัปดาห์หลังฉีด : จะเริ่มสังเกตเห็นความกระชับและความเรียบเนียนที่ชัดเจนขึ้น

หมายเหตุ : ผลลัพธ์และความเร็วในการแสดงผลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวเดิม อายุ และการดูแลตัวเองรายบุคคล ซึ่งถือเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกธรรมชาติ

Profhilo ฉีดตรงไหน

ฉีด Profhilo ตรงไหนได้บ้าง

Profhilo เป็นหัตถการที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ในการฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยสามารถนำมาใช้รักษาในบริเวณที่มักประสบปัญหาความหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่นได้หลายจุด ดังนี้

  • ใบหน้า : นิยมฉีดด้วยเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวครอบคลุมทั่วใบหน้า ช่วยเรื่องความยกกระชับและผิวที่ดูอิ่มน้ำ
  • ลำคอ : ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องขวางและฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอที่มักจะเริ่มหย่อนคล้อยหรือดูแห้งกร้านตามวัย
  • เนินอก : เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณหน้าอกจากการนอนตะแคงหรือผิวเสียจากแสงแดด
  • หลังมือ : ช่วยฟื้นฟูผิวหลังมือที่ดูฝ่อตัว เห็นเส้นเลือดชัด หรือมีผิวหนังที่เหี่ยวย่นให้กลับมาดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น
  • บริเวณอื่น ๆ บนร่างกาย : เช่น ต้นแขน หรือเหนือเข่า ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังมีความบางและสูญเสียความยืดหยุ่นได้ง่าย

Profhilo เหมาะกับใคร

การฉีด Profhilo เหมาะกับใครบ้าง

การฉีด Profhilo เป็นการทำหัตถการที่เน้นการปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) จากภายใน ดังนั้นจึงเหมาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวและไลฟ์สไตล์ ดังนี้

  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่มีวัย 30+ ที่ต้องการให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลง
  • ผู้ที่มีเวลาน้อย ไม่อยากพักฟื้นนาน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวดูยับ หรือขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวที่ไม่บวม ไม่เป็นก้อน

การฉีด Profhilo ไม่เหมาะกับใคร

แม้ Profhilo จะเป็นหัตถการที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ เนื่องจากเป็น HA บริสุทธิ์ แต่ก็มีกลุ่มที่ไม่แนะนำหรือควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนฉีด ดังนี้

  • คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร : เพื่อป้องกันความเสี่ยง ควรเลี่ยงหัตถการกลุ่มสารเติมเต็มทุกชนิด
  • คนที่มีการอักเสบบริเวณที่ฉีด : เช่น เป็นสิวอักเสบ ผื่นแพ้ หรือเริม ในตำแหน่ง 5 จุดที่จะลงเข็ม
  • คนที่มีประวัติแพ้ HA : แม้จะพบได้ค่อนข้างน้อย แต่หากแพ้กรดไฮยาลูรอนิกควรหลีกเลี่ยง
  • คนที่มีปัญหาเลือดออกผิดปกติ : หรือทานยาละลายลิ่มเลือด เพราะอาจช้ำหรือห้อเลือดได้ง่าย
  • คนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง : หรือทานยากดภูมิ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของผิว
  • คนที่เป็นคีลอยด์ง่าย : เนื่องจากเป็นการใช้เข็ม แม้จะมีจุดฉีดน้อยแต่ควรระมัดระวัง
  • คนที่เพิ่งทำหัตถการอื่น : เช่น เลเซอร์ร้อนหรือผ่าตัดใบหน้า ควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ตามคำแนะนำแพทย์

Profhilo ต่างจากหัตถการประเภทอื่นไหม

นอกเหนือจาก Profhilo แล้ว ในปัจจุบันยังมีหัตถการฟื้นฟูผิวในกลุ่ม Bio-remodeling และ Biostimulators อีกหลากหลายประเภท ที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการกระตุ้นคอลลาเจนและปรับโครงสร้างผิวให้มีความแข็งแรงตามความเหมาะสม โดยมีความแตกต่างกัน ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ Profhilo (Bio-remodeling) Biostimulators (เช่น Sculptra, Radiesse)
ส่วนประกอบหลัก High & Low Molecular Weight HA PLLA, CaHA, หรือ PDLLA
กลไกการทำงาน กระตุ้นการสร้าง Collagen & Elastin + เติมความชุ่มชื้น กระตุ้นปฏิกิริยาการอักเสบอ่อน ๆ เพื่อสร้าง Collagen ใหม่
ผลลัพธ์เด่น ผิวฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ ผิวสุขภาพดี ยกกระชับ ปรับโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้น ลดริ้วรอยลึก
ความรู้สึกหลังทำ เห็นผลเรื่องความชุ่มชื้นค่อนข้างไว (ใน 1-2 สัปดาห์) เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป (เริ่มชัดเจนที่ 1-3 เดือน)
จำนวนจุดที่ฉีด นิยมฉีด 5 จุด (BAP Technique) ทั่วใบหน้า ฉีดกระจายตามชั้นผิว หรือเน้นบริเวณที่ต้องการความกระชับ
ระยะเวลาผลลัพธ์ ประมาณ 6-9 เดือน ประมาณ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร)
↔ เลื่อนเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

Profhilo มีผลข้างเคียงอะไรบ้างหลังฉีด

การฉีด Profhilo สามารถดูแลการทำหัตถการให้ปลอดภัยได้ แต่ผู้เข้ารับบริการอาจพบปฏิกิริยาชั่วคราวหลังการทำหัตถการ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของร่างกายในการตอบสนองต่อตัวยาและการกระจายตัวเข้าสู่ชั้นผิว เช่น

  • ตุ่มนูนบริเวณที่ฉีด : เนื่องจากตัวยาเข้มข้น ซึ่งจะกระจายตัวและหายประมาณ 24-48 ชั่วโมง
  • รอยแดง : อาการแดงระเรื่อบริเวณรอยเข็ม มักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • อาการบวม : ผิวอาจบวมเล็กน้อยจากการดึงน้ำของตัวยา จะดีขึ้นภายในประมาณ 1-3 วัน
  • รอยเขียวช้ำ : อาจเกิดขึ้นได้ในบางจุดที่มีเส้นเลือดฝอย โดยจะค่อย ๆ จางในประมาณ 1 สัปดาห์
  • ความรู้สึกตึงผิว : อาจมีอาการเจ็บหรือตึงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดในช่วง 1-2 วันแรกโดยประมาณ

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด Profhilo

การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนรับบริการ Profhilo จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำและทำให้กระบวนการฟื้นฟูผิวมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักการเตรียมตัวเบื้องต้น ดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว แพ้ยา กำลังตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร
  • งดยากลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด : เช่น แอสไพริน หรือ NSAIDs (ไอบูโพรเฟน) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย : เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากแปะก๊วย หรือโสม ประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดการขยายตัวของหลอดเลือดและอาการบวม
  • งดการผลัดเซลล์ผิวและเลเซอร์ : หลีกเลี่ยงการใช้ Retinol หรือสครับผิวหน้าอย่างน้อยประมาณ 3-5 วัน

หลังฉีด Profhilo ดูแลตัวเองอย่างไรดี

เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Profhilo มีประสิทธิภาพตามแผนที่วางไว้ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตัวหลังรับบริการ รวมถึงหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

  • งดสัมผัสหรือนวดใบหน้า : หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดออกกำลังกายหนัก : หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ตัวร้อนจัดหรือเหงื่อออกมากประมาณ 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง : งดซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือทำเลเซอร์หน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวมและอักเสบ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อช่วยให้กระบวนการดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิวมีประสิทธิภาพขึ้น
  • งดแต่งหน้าชั่วคราว : ประมาณ 6-12 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม

Profhilo รีวิว

รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Profhilo

ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น รูขุมขนกว้าง และเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ จากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย พบว่าการทำ Profhilo ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้นในชั้นผิวให้ดูอิ่มน้ำ และเปล่งปลั่งขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์ด้านความกระชับและการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เมื่อตัวยากระตุ้นการสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

ฉีด Profhilo ที่ไหนดี

การพิจารณาเลือกสถานพยาบาลก่อนฉีด Profhilo เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้หัตถการราบรื่น ลดความเสี่ยง พร้อมทั้งได้รับผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ให้บริการโดยแพทย์ : เลือกแพทย์ที่ประเมินเทคนิคการฉีดได้อย่างเหมาะสม สามารถให้คำปรึกษา และดูแลให้ปลอดภัยได้
  • ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ : คลินิกต้องใช้ตัวยาที่ตรวจสอบได้ผ่านช่องทางทางการจากผู้นำเข้า เพื่อลดความเสี่ยงและคุณภาพของสารสกัด
  • มีการประเมินผิวรายบุคคล : แพทย์ควรวิเคราะห์สภาพผิวและระดับความกังวลก่อนทำ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคน
  • มาตรฐานสถานพยาบาล : เลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง มีความสะอาด และมีระบบดูแลติดตามผลหลังทำหัตถการอย่างเหมาะสม
  • ข้อมูลรีวิวที่น่าเชื่อถือ : ศึกษาผลลัพธ์จากผู้ใช้บริการจริงภายใต้ข้อมูลที่เป็นกลาง เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน

Profhilo ราคา

Profhilo ราคาเท่าไหร่

Profhilo ราคาในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ต่อการฉีด 1 ครั้ง (ปริมาณ 2 CC) ทั้งนี้อัตราค่าบริการอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละสถานพยาบาล แพทย์ และคลินิกที่ใช้บริการ ดังนั้นผู้เข้ารับบริการควรสอบถามรายละเอียดราคาและตรวจสอบผลิตภัณฑ์จากผู้นำเข้าโดยตรงก่อนตัดสินใจ

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

ซึ่งที่เอเพ็กซ์ที่ค่าบริการสำหรับ Profhilo ราคา 25,000 บาท ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับโปรโมชัน แนะนำให้สอบถามก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo

ฉีด Profhilo เจ็บไหม

ระดับความรู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการอยู่ในเกณฑ์ที่ทนได้ โดยจะมีการแปะยาชาเพื่อบรรเทาความรู้สึก (ขึ้นอยู่กับทางคลินิก) และอาจรู้สึกตึงหรือแสบเล็กน้อยขณะตัวยากำลังกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อผิว

ฉีด Profhilo บวมกี่วัน

อาการบวมและตุ่มนูนบริเวณจุดที่ฉีด Profhilo เป็นปฏิกิริยาปกติจากการกระจายตัวของยาเข้มข้น ซึ่งมักจะค่อย ๆ ยุบตัวลงและหายไปเองภายในเวลาประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมง

Profhilo ใช้กี่ CC

โดยทั่วไปปริมาณในการฉีด Profhilo ทั่วใบหน้าจะใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณ 2 CC ต่อการทำหนึ่งครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมจุดฉีดตามทั่วใบหน้าอย่างเหมาะสม

หลังฉีด Profhilo ห้ามอะไรบ้าง

หลังฉีด Profhilo ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้า การออกกำลังกายหนัก และการสัมผัสความร้อนสูงในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของยาและลดโอกาสการเกิดอาการบวมอักเสบ

Profhilo อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์จากการทำหัตถการโดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 – 9 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การดูแลตัวเอง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้เข้ารับบริการแต่ละบุคคล

Profhilo กับ Sculptra ต่างกันยังไง

Profhilo เน้นการปรับคุณภาพผิวและเติมความชุ่มชื้นด้วยกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น ในขณะที่ Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวในระยะยาว

สรุป

Profhilo เป็นหัตถการกลุ่ม Bio-remodeling ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านและฟื้นฟูความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น โดยเน้นการเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิวจากโครงสร้างภายใน โดยเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังรับบริการ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวโดยละเอียดกับแพทย์

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Skinvive

Skinvive คืออะไร เหมาะกับผิวแบบไหน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Skinvive เป็นหัตถการที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อผ่านหูกันมาบ้าง แต่อาจจะยังสงสัยว่ามันคือฟิลเลอร์หรือเปล่า หรือเป็นแค่เมโสหน้าใส
HArmonyCa

HArmonyCa คืออะไร รู้จัก Hybrid Filler ที่มากกว่าการเติมเต็ม

HArmonyCA เป็นหัตถการที่ผสานประสิทธิภาพการเติมเต็มเข้ากับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ เพื่อตอบโจทย์ทั้งการยกกระชับและปรับคุณภาพผิว