Ulthera SPT เป็นหนึ่งในหัตถการสำหรับใครที่อาจมีปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ หรือมีริ้วรอยอาจเคยได้ยินกันมาบ้าง เพราะเป็นเครื่องยกกระชับที่ค่อนข้างได้รับความนิยม ด้วยจุดเด่นในการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวหนังระดับเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า แต่จะมีดีอย่างไร เราจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการทำงาน กลุ่มผู้ที่เหมาะสม ข้อควรระวัง ตลอดจนแนวทางการดูแลตนเองและวิธีเลือกสถานพยาบาลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ
ทำความรู้จัก Ulthera SPT คืออะไร
Ulthera SPT คือ หัตถการยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบ High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ เทคโนโลยีนี้พัฒนาเป็นมาตรฐานใหม่ของเครื่อง Ulthera (Ultherapy) ด้วยเทคนิค See-Plan-Treat ที่มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างผิวและวางแผนยิงพลังงานได้อย่างค่อนข้างแม่นยำในแต่ละบุคคล
หลักการทำงานของเครื่อง Ulthera SPT
กระบวนการทำงานของเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์อย่าง Ulthera SPT ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ชั้นผิว ไปจนถึงการส่งผ่านพลังงานอย่างเหมาะสมในตำแหน่งที่ต้องการ โดยอาศัยหลักการสำคัญตามหลักการ ดังนี้
- S – See (การมองเห็น) : ใช้เทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) แสดงภาพโครงสร้างชั้นผิวหนังแบบ Real-time บนหน้าจอ ช่วยให้แพทย์มองเห็นความลึกของชั้นเนื้อเยื่อและตำแหน่งที่เหมาะสมตลอดเวลาขณะทำหัตถการ
- P – Plan (การวางแผน) : แพทย์สามารถวิเคราะห์และวางแผนการส่งพลังงาน ให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความหนาของชั้นเนื้อเยื่อในแต่ละบุคคล เพื่อส่งพลังงานไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้เหมาะสม
- T – Treat (การรักษา) : ส่งผ่านพลังงานความร้อนจุดเล็ก ๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัวและเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติ โดยผลลัพธ์จะแสดงให้เห็นอย่างเป็นขั้นตอน
Ulthera SPT มีหัวกี่แบบ
เทคโนโลยี Ulthera SPT มีหัวยิงสำหรับส่งผ่านพลังงาน ซึ่งมีระดับความลึกแตกต่างกัน เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลปัญหาผิวในแต่ละชั้นได้อย่างเหมาะสม การเลือกใช้หัวยิงที่ต่างกันในแต่ละตำแหน่ง จะช่วยให้การส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเป็นไปอย่างสอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้
- หัวความลึก 1.5 mm : ใช้สำหรับส่งพลังงานลงสู่ชั้น Dermis ส่วนบน เพื่อเน้นการปรับสภาพผิวชั้นนอกให้แลดูเรียบเนียนและจัดการริ้วรอยในระดับตื้น
- หัวความลึก 3.0 mm : ใช้สำหรับส่งพลังงานลงสู่ชั้น Dermis ส่วนลึก เพื่อช่วยเรื่องความกระชับของชั้นผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- หัวความลึก 4.5 mm : ใช้สำหรับส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อเน้นการยกกระชับโครงสร้างผิวจากฐานราก
Ulthera SPT แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
Ulthera SPT ตอบโจทย์การดูแลปัญหาผิวที่ครอบคลุมหลายระดับชั้นผิว ตั้งแต่การยกกระชับโครงสร้างหลักไปจนถึงการปรับสภาพผิวชั้นนอก ด้วยจุดเด่นด้านการส่งพลังงาน จึงช่วยแก้ไขปัญหาความเสื่อมสภาพของผิวหนังในบริเวณต่าง ๆ ได้หลากหลาย ดังนี้
- ความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า : ช่วยให้แนวกรอบหน้าแลดูชัดเจนขึ้นในผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อยตามกาลเวลา
- ริ้วรอยและผิวขาดความกระชับ : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
- หนังตาและคิ้วตก : ช่วยยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตา และส่วนบนของใบหน้า ทำให้แลดูเปิดกว้างและสดใสขึ้น
- รอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและเนินอก : ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณลำคอที่เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ให้แลดูตึงกระชับยิ่งขึ้น
- ปรับสภาพผิวโดยรวม : ช่วยให้รูขุมขนแลดูเล็กลงและสภาพผิวโดยรวมดูสุขภาพดีขึ้น จากการเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจน
Ulthera SPT กับ Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร
ในปัจจุบันเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ได้รับความนิยม โดยมีตัวเลือกเครื่องมือสองรุ่นที่ได้มักถูกพูดถึง อย่าง Ulthera SPT และ Ulthera Prime ซึ่งต่างมีจุดเด่นทางเทคนิคแลการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ulthera SPT | Ulthera Prime |
|---|---|---|
| ระบบประมวลผลหลัก | ใช้ระบบประมวลผลมาตรฐานในการคำนวณการส่งพลังงาน | พัฒนาหน่วยประมวลผลใหม่ ให้การตอบสนองที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม |
| การแสดงผลเส้นผิว | ระบบ MFU-V แสดงภาพโครงสร้างชั้นผิวแบบ Real-time | ระบบ MFU-V รุ่นพัฒนา ให้ภาพที่มีความคมชัดและรายละเอียดหน้าจอสูงขึ้น |
| ความต่อเนื่องในการส่งพลังงาน | ส่งพลังงานตามรอบการทำงานของซอฟต์แวร์มาตรฐาน | เพิ่มความเร็วในการปล่อยพลังงานต่อจุด ลดระยะเวลาที่ใช้ในหัตถการ |
| เทคโนโลยีการควบคุมพลังงาน | ควบคุมความลึกและปริมาณความร้อนผ่านหัวส่งพลังงาน | ใช้เทคโนโลยีเดิมในการส่งพลังงาน แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับหน้าสัมผัสผิว |
Ulthera SPT เหมาะกับใคร
การเลือกใช้เทคโนโลยี Ulthera SPT ควรพิจารณาจากสภาพปัญหาผิวและเป้าหมายที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลด้านความยืดหยุ่นของผิวหนัง โดยเฉพาะกลุ่มที่เหมาะสมในการเข้ารับบริการ ดังนี้
- ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นความไม่กระชับบริเวณแก้ม หรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดเจนตามช่วงวัย
- ผู้ที่กังวลเรื่องการผ่าตัดดึงหน้า หรือต้องการหลีกเลี่ยงการพักฟื้นเป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตกหรือคิ้วเริ่มไม่ได้รูป ต้องการยกกระชับผิวส่วนบนของใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่น
- ผู้ที่ต้องการคงสภาพความอ่อนเยาว์ของผิว และยังไม่มีปัญหาความหย่อนคล้อยที่รุนแรง
Ulthera SPT ไม่เหมาะกับใคร
แม้ว่า Ulthera SPT จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ทั้งยังสามารถดูแลการทำหัตถการให้ปลอดภัยได้ แต่ก็อาจมีข้อจำกัดและข้อควรระวังสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ที่อาจมีสภาวะร่างกายไม่เอื้ออำนวยต่อการรับพลังงานความร้อน เช่น
- ผู้ที่มีแผลเปิดหรือแผลสดบริเวณที่จะทำหัตถการ รวมถึงผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง ติดเชื้อ
- สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการ
- ผู้ที่มีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
- ผู้ที่มีการฝังโลหะในบริเวณที่ทำหัตถการ เช่น ลวดดัดฟัน (ควรปรึกษาแพทย์)
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเลือดออกผิดปกติ
หมายเหตุ : ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี แนะนำให้แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์ผู้ให้บริการ และขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ
อายุเท่าไหร่ทำ Ulthera SPT ได้
การทำ Ulthera SPT สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25-30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มลดน้อยลง และเริ่มปรากฏสัญญาณความไม่กระชับของผิวหนังในระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อย หรือต้องการคงสภาพความยืดหยุ่นของผิวเพื่อป้องกันสัญญาณแห่งวัยในอนาคต
หลังทำ Ulthera SPT มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
หลังเข้ารับบริการ Ulthera SPT โดยทั่วไปแล้วผิวหนังอาจมีการตอบสนองต่อพลังงานความร้อนในระดับที่แตกต่างกันไป ตามสภาพร่างกายและพื้นฐานผิวของแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งระดับตามความรุนแรงของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้
| ผลข้างเคียงทั่วไป (พบได้ปกติ) | ผลข้างเคียงรุนแรง (พบได้น้อย/ควรปรึกษาแพทย์) |
|---|---|
| อาการบวมเล็กน้อย ผิวอาจอุ่นเล็กน้อยหรือบวมชั่วคราว ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบตัวลงภายในประมาณ 2-3 วัน | อาการบวมแดงรุนแรง มีอาการบวมอยู่อย่างต่อเนื่องหรือมีอาการปวดแสบปวดร้อนผิดปกติ |
| รอยแดงชั่วคราว ผิวบริเวณที่ทำอาจมีสีชมพูหรือแดงระเรื่อ โดยปกติจะจางหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง | ผิวไหม้หรือพอง เกิดตุ่มน้ำหรือผิวหนังไหม้จากการรับพลังงานที่สูงเกินไปในจุดเดียว |
| ความรู้สึกระบมใต้ผิว อาจรู้สึกตึงหรือเสียวแปลบเล็กน้อยเมื่อสัมผัสผิว ซึ่งเป็นผลจากการทำงานในชั้น SMAS | อาการชาหรือสูญเสียความรู้สึก มีอาการชาเป็นบริเวณกว้างหรือชานานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการกระทบกระเทือนเส้นประสาท |
| รอยช้ำขนาดเล็ก ในบางรายอาจพบรอยช้ำจาง ๆ ได้บ้าง โดยเฉพาะบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยละเอียด | ใบหน้าผิดรูปชั่วคราว เช่น มุมปากตกหรือยิ้มไม่เท่ากัน ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ |
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera SPT
การเตรียมผิวให้มีความพร้อมก่อนเข้ารับบริการ Ulthera SPT ถือเป็นการเตรียมตัวเบื้องต้นของผู้รับบริการที่จะส่งเสริมประสิทธิภาพในการส่งผ่านพลังงานและลดความเสี่ยงจากการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- ปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการทำศัลยกรรม หรือการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้าในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา
- งดการผลัดเซลล์ผิวและสารบำรุงที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง : หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอล AHA หรือ BHA อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ Ulthera SPT
- หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด : งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวไหม้แดดหรือระคายเคืองล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้สภาพผิวแข็งแรงพร้อมรับทำหัตถการ
- งดการทำหัตถการบางประเภท : ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือการเลเซอร์ชนิดอื่นตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อตัวยาหรือผิวหนัง
- พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาด : การเตรียมร่างกายให้พร้อมจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อกระบวนการฟื้นฟูผิวหลังได้รับพลังงาน
หลังทำ Ulthera SPT ดูแลผิวอย่างไรดี
หลังรับบริการยกกระชับผิวด้วย Ulthera SPT มักส่งผลให้ผิวหนังตอบสนองต่อพลังงานความร้อนซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังทำหัตถการ ดังนั้นการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวและช่วยให้ชั้นผิวกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
- เน้นการบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ : ควรทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากพลังงานความร้อนอาจทำให้ผิวแห้งหรือลอกเป็นขุยได้ในบางราย
- ปกป้องผิวจากแสงแดด : ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงการตากแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันผิวไวต่อแสง
- หลีกเลี่ยงความร้อนสะสม : ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำ Ulthera SPT ควรเน้นการล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ และงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวสัมผัสความร้อนจัด เช่น การเข้าซาวน่า
- งดการรบกวนผิวหน้า : หลีกเลี่ยงการนวดหน้า การสครับผิว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว (AHA, BHA, Vitamin A) อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดการระคายเคือง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ : หากมีอาการผิดปกติที่นอกเหนือจากผลข้างเคียงทั่วไป หรือต้องทำหัตถการอื่นเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม
ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera SPT
ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักประสบปัญหาความหย่อนคล้อย และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจนตามการเปลี่ยนแปลงของช่วงวัย ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในใบหน้าโดยรวม การทำ Ulthera SPT จึงเข้าไปช่วยกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวแลดูค่อย ๆ ยกกระชับและมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้สภาพผิวแลดูเรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์อย่างเหมาะสม โดยจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนหลังเข้ารับบริการ (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
Ulthera SPT ราคาเท่าไหร่
Ulthera SPT ราคา จะมีการกำหนดตามจำนวนการส่งพลังงานหรือจำนวนไลน์ (Line) ที่ใช้ในแต่ละตำแหน่ง โดยมักมีราคาสำหรับบริเวณเฉพาะจุด เช่น รอบดวงตา อยู่ที่ประมาณ 10,000 ถึง 20,000 บาท ส่วนการทำทั่วบริเวณใบหน้าจะมีราคาโดยเฉลี่ยประมาณ 40,000 ถึง 70,000 บาท ขึ้นไป ทั้งนี้อัตราค่าบริการที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับปัญหาความหย่อนคล้อย และจำนวนไลน์ที่แพทย์ประเมินตามความเหมาะสมของสภาพผิวแต่ละบุคคล
หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น ไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ
เลือกทำ Ulthera SPT ที่ไหนดี
การเลือกสถานพยาบาลเพื่อเข้ารับบริการ Ulthera SPT เป็นขั้นตอนที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยผู้รับบริการควรคำนึงถึงมาตรฐานการให้บริการ และองค์ประกอบพื้นฐานที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้
- สถานพยาบาลได้รับใบอนุญาตถูกต้อง : เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการชัดเจน เพื่อรับรองมาตรฐานการบริการและการดำเนินงานที่ถูกกฎหมาย
- ให้บริการโดยแพทย์ : หัตถการควรดูแลโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ชั้นผิวและวางแผนการส่งพลังงานได้อย่างเหมาะสม
- ตรวจสอบตัวเครื่องได้ : สามารถตรวจสอบเครื่อง Ulthera SPT จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งาน
- มีการประเมินปัญหาของแต่ละบุคคล : มีการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อกำหนดจำนวนไลน์และระดับความลึกให้ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละบุคคล
- มีความโปร่งใสและมาตรฐานการดูแล : แจ้งรายละเอียดและราคาอย่างตรงไปตรงมา พร้อมมีระบบให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังทำ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera SPT
Ulthera SPT เจ็บไหม
ระดับความรู้สึกขณะทำ Ulthera SPT อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเทคโนโลยี SPT ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวและวางแผนการส่งพลังงานได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้อยู่ในระดับที่ผู้รับบริการยอมรับได้
Ulthera SPT อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนโดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตนเองหลังทำหัตถการของแต่ละบุคคล
ควรทํา Ulthera SPT ปีละกี่ครั้ง
เพื่อเป็นการรักษาสภาพความยืดหยุ่นของผิวและคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักแนะนำให้เข้ารับบริการ Ulthera SPT ประมาณปีละ 1 ครั้ง ตามการประเมินสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไป
Ulthera SPT กี่ช็อต (ไลน์) เห็นผล
จำนวนช็อตหรือไลน์ที่เหมาะสมจะถูกประเมินตามปัญหาความหย่อนคล้อยในแต่ละบริเวณ โดยเฉลี่ยบริเวณจะเริ่มที่ประมาณ 100-200 ไลน์ ในขณะที่การยกกระชับทั่วใบหน้าและลำคออาจใช้ประมาณ 400-800 ไลน์ขึ้นไป
หลังทำ Ulthera SPT ห้ามทำอะไร
ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวสัมผัสความร้อนจัดสะสม และการตากแดดจัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการระคายเคืองและช่วยให้ชั้นผิวฟื้นฟูได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทํา Ulthera SPT นอนตะแคงได้ไหม
ผู้รับบริการสามารถนอนตะแคงได้ตามปกติหลังทำ Ulthera SPT เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ไม่มีบาดแผลภายนอกและไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างชั้นผิวในลักษณะที่ห้ามกดทับ เพียงแต่ควรระวังกรณีที่มีการแสบร้อน หรือบวมแดง
สรุป
Ulthera SPT คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิว ด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ซึ่งมีความเข้มข้น ที่ส่งผ่านพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด ด้วยระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนได้อย่างเหมาะสม ตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อย ช่วยให้ผิวแลดูตึงกระชับ ริ้วรอยดูลดเลือนลง และช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวโดยรวม ให้ดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว


