ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งยี่ห้อฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ (CC) และตำแหน่งที่ต้องการฉีด เช่น ใต้ตา คาง หรือร่องแก้ม ซึ่งแต่ละจุดมักใช้ปริมาณฟิลเลอร์แตกต่างกัน
ในปัจจุบันราคาฟิลเลอร์มีตั้งแต่ระดับหลักพันไปจนถึงหลักหมื่นต่อ CC ทำให้หลายคนสับสนว่าความแตกต่างของราคานั้นมาจากอะไร วันนี้จะพาไปดูช่วงราคาฟิลเลอร์ในแต่ละยี่ห้อ พร้อมแนะนำปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง เพื่อช่วยให้วางแผนงบประมาณก่อนตัดสินใจฉีดได้ชัดเจนมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่
อัตราค่าบริการสำหรับฉีดฟิลเลอร์ราคาทั่วไปจะอยู่ที่ 9,000 – 25,000 บาทต่อ CC ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์และรุ่นผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ รวมถึงตำแหน่งที่ต้องการฉีด โดยควรเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่ใช้ตัวยาผ่านการรับรองจาก อย. และแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ทราบงบประมาณที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
หมายเหตุ : เป็นเพียงตัวอย่างราคาโดยประมาณจากท้องตลาดทั่วไปเท่านั้น
ฉีดฟิลเลอร์ราคาต่างกันเพราะอะไร
ความแตกต่างของอัตราค่าบริการสำหรับฉีดฟิลเลอร์ราคาในแต่ละสถานพยาบาล ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบด้านมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และเทคนิคการทำหัตถการ รวมถึงปัจจัยดังรายละเอียดต่อไปนี้
- รุ่นและคุณสมบัติเฉพาะ : ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นและการคงตัวที่ต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งส่งผลต่อต้นทุน
- เทคโนโลยีการผลิตของแต่ละยี่ห้อ : แต่ละแบรนด์มีการผลิต กระบวนการทำให้บริสุทธิ์ และมีผลงานวิจัยรองรับมาตรฐานที่แตกต่างกัน
- ประสบการณ์ของแพทย์ : การวิเคราะห์ใบหน้า และเทคนิคเฉพาะบุคคลของแพทย์ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ค่าหัตถการแตกต่างกัน
- มาตรฐานสถานพยาบาล : ความพร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ปราศจากเชื้อ และระบบการดูแลติดตามผลหลังทำ เป็นต้นทุนที่รวมอยู่ในการฉีดฟิลเลอร์ราคาที่แจ้ง
- ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ : ปัญหาโครงสร้างรูปหน้าและความลึกของชั้นผิวในแต่ละจุด เช่น ขมับ หรือ ร่องแก้ม ต้องใช้ปริมาณยาที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามการประเมิน
- โปรโมชัน : การจัดโปรโมชันในช่วงเทศกาล หรือการซื้อในปริมาณมาก อาจทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อราคาต่างกันไหม
อัตราค่าบริการในการฉีดฟิลเลอร์ราคาแต่ละยี่ห้อ จะแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีการผลิตและคุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์ ดังรายละเอียดเบื้องต้นต่อไปนี้
Juvederm (อเมริกา)
เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีช่วยให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นและการเกาะตัวค่อนข้างสูง นิยมใช้ในบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น ริมฝีปากและใต้ตา โดยมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 12-24 เดือน ราคาเฉลี่ยประมาณ 12,000 – 18,000 บาท
Restylane (สวีเดน)
โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เน้นความคงตัวและการยืดหยุ่นของเนื้อเจล เหมาะสำหรับการปรับใบหน้าโดยรวมและยกกระชับ เช่น บริเวณคางและแก้มส้ม โดยมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 12-18 เดือน ราคาเฉลี่ยประมาณ 11,000 – 16,000 บาท
Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)
เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการกระจายตัว และการออกแบบความยืดหยุ่นของเนื้อเจลให้เข้ากับชั้นผิวได้ดี นิยมนำมาใช้แก้ไขปัญหาร่องแก้มและใต้ตา โดยมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 8-12 เดือน ราคาเฉลี่ยประมาณ 9,000 – 14,000 บาท
Neuramis (เกาหลี)
ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเจลลักษณะแข็งระดับปานกลาง เหมาะสำหรับการขึ้นทรงในบริเวณร่องแก้มลึก คาง และขมับ โดยมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ประมาณ 6-8 เดือน ราคาเฉลี่ย 4,900 – 8,000 บาท ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ในการฉีดฟิลเลอร์ราคาที่ค่อนข้างเข้าถึงง่าย
ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ในแต่ละตำแหน่ง ใช้กี่ CC
เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถวางแผนการฉีดฟิลเลอร์ราคาเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม การทราบปริมาณยาเฉลี่ยและช่วงราคามาตรฐานในแต่ละตำแหน่ง เป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการประเมินจากแพทย์ ดังนี้
| จุดที่ฉีด | ปริมาณที่แนะนำ | ราคาโดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ) | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง / ข้อแนะนำ |
|---|---|---|---|
| ใต้ตา | 1 – 2 CC | 9,900 – 16,000.- | แก้ปัญหาหน้าตาลึก ใต้ตา และรอยคล้ำ ให้หน้าดูสดใสขึ้น |
| คาง | 1 – 2 CC | 6,900 – 14,000.- | ปรับหน้าให้ดูเรียว V-Shape แก้คางตัด คางบุ๋ม ควรใช้เนื้อแข็งขึ้นทรงสวย |
| กรอบหน้า | 2 – 4 CC | 25,000 – 45,000.- | สร้างสันกรามให้คมชัด หน้าดูมีมิติ ถ่ายรูปสวยขึ้น |
| ร่องแก้ม | 1 – 2 CC | 7,900 – 14,000.- | เติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น หน้าดูอ่อนเยาว์ลง |
| ขมับ | 2 – 4 CC | 14,000 – 28,000.- | เติมขมับตอบให้เต็ม หน้าผากรับกับใบหน้า เสริมภาพลักษณ์ |
| ปาก | 1 CC | 8,900 – 16,000.- | ปั้นทรงกระจับ มุมปากสวย หรือเติมความชุ่มชื้นแก้ปากแห้ง |
| แก้มส้ม | 1 – 2 CC | 12,000 – 24,000.- | ยกกระชับหน้าแก้มที่หย่อนคล้อย ให้อิ่มเอิบ ดูธรรมชาติ |
| น้องสาว | 2 – 4 CC | 30,000 – 50,000.- | เติมเต็มแคมใหญ่ให้เต่งตึง แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและความแห้งกร้าน |
| น้องชาย | 10 – 20 CC+ | 100,000 – 200,000.-+ | เพิ่มขนาดรอบวง ต้องใช้ปริมาณเยอะ และต้องฉีดโดยแพทย์เท่านั้น |
ทำไมบางคลินิกฉีดฟิลเลอร์ราคาถูกมาก
สาเหตุที่ทำให้บางคลินิกสามารถตั้งเรตฉีดฟิลเลอร์ราคาได้ถูกกว่ามาตรฐาน มักเกิดจากการลดต้นทุนด้านความปลอดภัยและคุณภาพตัวยา ดังนี้
- ใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือซิลิโคนเหลว ที่ไม่สลายตัว เสี่ยงอักเสบและเป็นก้อนแข็งในอนาคต
- ใช้ฟิลเลอร์หิ้ว (หนีภาษี) การขนส่งไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพและตรวจสอบไม่ได้
- ไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ หรือใช้หมอกระเป๋า เพื่อลดต้นทุนค่าวิชาชีพ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ราคาถูก
- ดึงยาไม่เต็ม CC หรือผสมน้ำเกลือ ทำให้ปริมาณดูเยอะแต่ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน
- นำยาใกล้หมดอายุมาจัดโปรโมชัน เพื่อระบายสต็อก ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ
- ราคาล่อใจแต่มีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ต้องจ่ายเพิ่มค่ายาชา ค่าเข็ม หรือค่าหัตถการแพทย์หน้างาน
ฉีดฟิลเลอร์ราคาถูกมาก อันตรายไหม
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ราคาต่ำกว่าราคากลางมากกว่าปกติ อาจมีความเสี่ยงด้านคุณภาพและผลข้างเคียงที่ควรตระหนัก ดังนี้
- เสี่ยงเจอสารปลอมปนหรือซิลิโคนเหลว ที่ไม่สลายตัวและก่อให้เกิดพังผืดในระยะยาว
- มาตรฐานความสะอาดไม่เพียงพอ เพิ่มโอกาสติดเชื้อหลังทำหัตถการ
- ผู้ฉีดอาจไม่ใช่แพทย์ หรือขาดการประเมินชั้นผิว เสี่ยงฉีดผิดตำแหน่งหรือเข้าเส้นเลือด
- ตัวยาเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ อาจเกิดการแพ้ บวมแดง หรืออักเสบได้ง่าย
- ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติและแก้ไขยาก อาจมีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงค่อนข้างสูง
สรุป
อัตราค่าบริการในการฉีดฟิลเลอร์ราคาในปัจจุบันจะมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น โดยราคาแต่ละตำแหน่งมีความแตกต่างกันตามปริมาณ CC และรุ่นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับปัญหาผิว ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน เพื่อวางแผนงบประมาณสำหรับผู้รับบริการแต่ละท่าน ดังนั้นจึงไม่ควรพิจารณาเพียงราคาที่ถูก แต่ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการ ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้ และให้บริการโดยแพทย์เท่านั้น
